ม่อนสี่สหาย- ตะโกหล่อโจ ในงบ 1,100 บาท
ม่อนสี่สหาย - ตะโกหล่อโจ 3 วัน 2 คืน
ทริปที่คนปกติไม่ค่อยจะมากัน
.
วันที่ 1
เรารวมตัวกันที่ บ้านผู้ใหญ่ตี๋ แล้วเราต้องนั่งรถกะบะ
เพื่อไปจุดเริ่มเดิน
และข่าวดีคือ จากตอนแรกเราเดิน 6 กม
แต่กลายเป็นเราเดิน 8 กม เพราะรถไม่สามารถไปส่งได้
ทางเดินวันเเรก ไม่ชันมาก เดินง่าย ทากไม่ค่อยมี
บนจุดกางเต็นท์เป็นลานขี้วัว ลานโล่งที่มีแต่ขี้วัว
และกางเต็นท์เสร็จพายุก็กะหน่ำตกแบบบ้าคลั่งยันอีกวันนึง
วันที่ 2
จากจุดแค้มป์ - ตะโกหล่อโจ 7 กม
ทางเดินค่อนข้างชัน และเละพอควร
และค่อนข้างลื่นเพราะ ฝนตกตลอดเวลา ทากก็เยอะสบัด
และเราเจอรอยเท้าเสือ แม่ลูก เริ่มจากการได้ยิงเสียงดังคล้ายระเบิดก่อน
และเดินมาเรื่อย ๆ เราเจอกับวัวตายซึ่งมาจากการล่าของเสือ
เดินต่อไปไม่เกิน 1 กม เจอกับรอยเท้า หลังจากนั้นเริ่มมี
การจุดปะทะขึ้น 1 - 2 ครั้ง
เราก็เดินมาเรื่อย ๆ จนเจอชาวบ้านแถวนั้นพร้อมสะพายปืน เพื่อออกล่าเสือ เหตุเพราะมากัดวัวเล่น 10 กว่าตัว เริ่มวางกับดักเเละ เหยื่อล่อ ซึ่งคือเนื้อเน่า โคตรจะเหม็นได้กลิ่นตลอดทางที่เดินไปแค้มป์ 2
วันที่ 3
เป็นทางลงล้วน แบบล้วนนนน แม่งโคตรจะลื่นนนน เพราะฝนพึ่งจะหยุดตก
เราจะผ่านลำห้วย 2 จุด แวะล้างตัว และแงะทากออก
ก็จะถึงจุดขึ้นรถเตรี ยมตัวกลับบ้านได้ วันนี้ทากเยอะที่สุดในทริปนี้เลย
เลือดชั่วแทบจะหมดตัว
💰ค่าใช้จ่าย :
10 คน แบบ 3 วัน 2 คืน 11,000 บาท
รวมไกด์ | ลูกหาบ | รถกะบะ
เผื่อใครเสิร์ช “ม่อนสี่สหาย น่าน” แล้วกำลังลังเลว่าจะไปดีไหม เราขอสรุปข้อมูลที่อยากรู้ก่อนตัดสินใจ (จากที่ไปมาแบบเจอฝนจริง โคลนจริง และทากจริง) ให้เป็นแนวทางเตรียมตัวค่ะ 1) เส้นทาง/ระยะเดินโดยรวม ทริปนี้เป็นแนวเดินป่าหมอกๆ บนสันเขา วิวเปิดเป็นช่วงๆ และมีป่าชื้นสลับทุ่งหญ้า ระยะทางที่เจอบ่อยคือวันแรกเดินเข้าจุดกางเต็นท์ประมาณ 6 กม. แต่ความจริงอาจบวกเพิ่มได้ (ของเรากลายเป็น 8 กม. เพราะรถเข้าไม่ถึง) วันสองเดินจากแคมป์ไป “ยอดตะโกหล่อโจ” ราว 7 กม. ทางชันและเละ ถ้าฝนลงคือจะลื่นมาก วันสามเป็นทางลงยาวๆ ผ่านลำห้วย 2 จุด เหมาะกับการล้างตัว/ล้างรองเท้าและแงะทากออกก่อนขึ้นรถกลับ 2) ไปช่วงไหนเหมาะสุด? ถ้าอยากได้ “ทะเลหมอก” แบบในรูปแนวสันเขาเขียวๆ แนะนำปลายฝนต้นหนาว (ประมาณ ต.ค.-พ.ย.) แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือความชื้นสูงและทากยังเยอะ ส่วนหน้าฝนเต็มๆ วิวหมอกสวยก็จริง แต่โคลนหนัก เดินช้าลงเยอะ และเสื้อผ้าเปียกตลอดเวลา 3) เต็นท์/แคมป์ และอุปกรณ์ที่ควรมี จุดกางเต็นท์เป็นลานโล่ง บางช่วงพื้นอาจไม่สวย (เราเจอลานขี้วัวจริง) แนะนำพกฟลายชีทหรือผ้าใบปูพื้นเพิ่ม + ถุงขยะหนาๆ ไว้รองของกันเปื้อน ของที่ช่วยชีวิตในทริปโคลนคือ - รองเท้าเดินป่าดอกลึก + ถุงกันทาก/ถุงเท้ายาว - ไม้เท้า 1 คู่ (ทางลงวันที่ 3 ลื่นมาก) - เสื้อกันฝนแบบคลุมเป้ หรือเสื้อกันฝนแยกชิ้นที่ระบายอากาศได้ - ยากันแมลง/สเปรย์กันทาก + เกลือเล็กๆ (ใช้เฉพาะจำเป็น) - ถุงกันน้ำสำหรับมือถือ/แบตสำรอง และเสื้อผ้าชุดแห้ง 1 ชุดไว้เปลี่ยนตอนถึงแคมป์ 4) เรื่องทาก ทำยังไงให้รอดแบบไม่ทรมาน ทากจะชอบขึ้นตอนฝนตก/พื้นชื้น โดยเฉพาะช่วงเดินผ่านป่าทึบหรือหญ้าเปียก วิธีที่เวิร์กกับเราคือใส่ถุงเท้ายาวทับปลายกางเกง รัดให้แน่น ตรวจข้อเท้าทุกครั้งที่พัก และพอถึงลำห้วยให้ล้างขาแล้วเช็กซ้ำ อย่าปล่อยให้ดูดนาน เพราะเลือดจะไหลต่อเนื่องนานกว่าที่คิด 5) ค่าใช้จ่าย/การจองไกด์-ลูกหาบ งบ “คนละประมาณ 1,100 บาท” มาจากการหารกันเป็นกรุ๊ป (ตัวอย่าง 10 คน รวม 11,000 บาท) ซึ่งมักรวมไกด์ ลูกหาบ และรถกะบะเข้าออกแล้ว แต่โดยทั่วไปยังควรเผื่องบส่วนตัวเพิ่มสำหรับอาหาร ขนม น้ำดื่ม และทิปตามความเหมาะสม แนะนำคุยรายละเอียดก่อนจองว่า “รวมอะไรบ้าง/ไม่รวมอะไรบ้าง” โดยเฉพาะเรื่องอาหารและเต็นท์ ถ้าเป้าหมายคือเก็บหมอกบนสันเขาและอยากได้รูปคู่ป้ายยอด (ม่อนสี่สหาย 1148 ม. และยอดตะโกหล่อโจ) ทริปนี้สวยจริง แต่ต้องยอมรับความชื้น โคลน และทากด้วย เตรียมตัวดีๆ แล้วจะสนุกมากค่ะ









