เมื่อวันนี้มีฝนตกในใจ
วันนี้เรารู้สึกนอย มีเรื่องในหัวให้คิดหลายอย่างพร้อมกัน ร่างกายเหมือนไม่ตอบสนองกับอะไรเลย คาเฟ่ที่เคยชอบ อาหารที่คุ้นเคย สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่ชอบถ่ายรูป ในนี้มันไม่อยากทำอะไรแล้วจริงๆ
เราเลยเลือกที่จะขับรถออกไปแค่บางแสน แต่ไม่อยากเจอคนเยอะแยะและวุ่นวาย แค่อยากไปมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกกับเสียงคลื่นทะเล มันฮิวใจเราได้ระดับหนึ่ง มองดูการใช้ชีวิตของผู้คนแถวนั้นแบบไม่เร่งรีบปล่อยเวลาให้ไหลไปช้าๆ แล้วค่อยกลับมาใช้ชีวิตของเราต่อเท่านั้นเอง
บางครั้งชีวิตก็ต้องการการหลบหนีจากความวุ่นวายและความคิดที่รุมเร้าใจ ในวันที่จิตใจเหมือนมีฝนตกลงมาเต็มไปด้วยความนอย เราเองก็เคยผ่านช่วงเวลานั้น การปล่อยตัวเองให้ออกไปสัมผัสกับธรรมชาติอย่างเสียบ้าง เช่น ขับรถไปยังชายทะเลที่คนไม่พลุกพล่านอย่างบางแสน ช่วยได้มากกว่าที่คิด การมองเห็นภาพพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้าและเสียงคลื่นทะเลที่ซัดเบาๆ ทำให้รู้สึกถึงความสงบที่เกิดขึ้นในใจ ตัวเราเองก็ได้ปล่อยให้ความคิดต่างๆ ไหลไปเหมือนไม่มีอะไรต้องรีบเร่ง การได้เห็นผู้คนเดินเล่นหรือใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ในบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ ทำให้เข้าใจว่าความสุขบางครั้งก็อยู่ที่การได้หยุดพักจากความวุ่นวายและให้เวลาตัวเองได้ฟื้นฟู การเดินทางคนเดียวในวันที่เครียดหรือรู้สึกดาวน์ เป็นเหมือนการมอบโอกาสให้กับใจตัวเองได้พักผ่อนจริงๆ เราได้เรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องทำอะไรใหญ่โต อาจแค่หาสถานที่ที่ตัวเองรัก ค่อยๆ ซึมซับพลังจากธรรมชาติ และกลับไปสู่ชีวิตประจำวันด้วยความพร้อมที่จะเผชิญกับวันที่รออยู่ข้างหน้าอย่างสงบและมีพลังมากขึ้น ประสบการณ์นี้อยากให้เพื่อนๆ ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ปล่อยวางบ้าง อาจจะขับรถไปสถานที่ที่ชอบ หรือแค่เปลี่ยนบรรยากาศเล็กๆ น้อยๆ เพื่อใจจะได้หยุดพักและฮิวใจเหมือนฝนที่เคยตกในใจจะค่อยๆ หายไป พร้อมกับการเติมเต็มพลังที่ได้จากพระอาทิตย์ตกและเสียงคลื่นทะเล

