ทุกคนคิดว่า ยัยคนนี้จะผอมได้มั้ย?
ปีที่แล้ว แทบไม่ค่อยลงรูปเลย เพราะ… 63 kg. 😱😱
อาจจะดูไม่เยอะสำหรับหลายคน แต่สำหรับเราคือเยอะมากนะ มันตุ๊ต๊ะ ไม่มั่นใจ แต่ก็นะ คนเรามันก็มีช่วงขึ้น ช่วงลง (แต่รอบนี้ขอไม่ขึ้นละนะ5555)
กินเยอะเหมือนเดิม แต่ไม่กินของอ้วนเท่าไหร่ กินบ้าง แต่กินที่อยากกินจริงๆ ยอมรับว่า กินดึกตลอด แต่ขับถ่ายดีขึ้นมั้งเลยน่าจะขับออกหมด
วัดไขมันดูแล้ว ไขมันก็ลด ไปต่อให้ถึง 50 กัน (จะได้มั้ยนะ5555) 🙌🏻💪🏻💖😍
การลดน้ำหนักนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องอดอาหารหรือทำตามเทรนด์อย่างเข้มงวดเสมอไป เรื่องราวของผู้เขียนที่เริ่มจากน้ำหนัก 63 กิโลกรัม ถือเป็นตัวอย่างที่ดีว่าการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและความตั้งใจสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง โดยเฉพาะในเรื่องการควบคุมอาหารที่ยังทานได้ตามใจต้องการแต่เน้นหลีกเลี่ยงของที่มีไขมันสูงมากเกินไป อีกทั้งการทานอาหารดึกที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้น้ำหนักขึ้น หากควบคู่ไปกับการขับถ่ายที่ดีซึ่งช่วยกำจัดของเสียในร่างกายและทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การตรวจวัดไขมันในร่างกายยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เห็นภาพรวมสุขภาพอย่างชัดเจนมากกว่าน้ำหนักบนตาชั่งเพียงอย่างเดียว การตั้งเป้าหมายระหว่างทาง เช่น ลดไขมันจนถึง 50 กิโลกรัม ไม่ใช่เพียงแค่ลดน้ำหนักแบบเลขที่ตาชั่ง แต่คือการมีสุขภาพดีในระยะยาว เรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละน้อยอย่างมีสติจะทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ยั่งยืนและไม่สร้างความกดดันจนเกินไป สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักด้วยตัวเอง ขอให้จำไว้ว่า ไม่มีวิธีไหนที่เหมาะกับทุกคน คุณควรฟังและเข้าใจร่างกายของตัวเอง เน้นการบริโภคอาหารที่ครบถ้วน ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และพักผ่อนให้เพียงพอ โฟกัสที่สุขภาพโดยรวมมากกว่าน้ำหนักตัวจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายอย่างมั่นคงและยั่งยืน






เก่งมากเลยค่าาา