รีวิวน้ำหอมจากเกาหลี BiBiANG
กลิ่นตัวดัง WALNUT CREEK GREEN
TOP: Bergamot, Neroli
MIDDLE: Sage, Green Tea
BASE: Musk, Sandalwood
ครั้งแรกฉีดยอมรับเลยว่าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่พอฉีดครั้งที่2หลังอาบน้ำแล้วรู้สึกชอบเลย กลิ่นสะอาด หอมสดชื่นมากๆค่ะ ดมแล้วไม่ทำร้ายจมูก ไม่ฉุนไม่หวาน
ถ้าใครกำลังเล็ง “น้ำหอม BiBiANG” แล้วลังเลว่า “BiBiANG กลิ่นไหนหอมสุด” หรืออยากได้รีวิวแบบคนใช้จริง ขอมาป้ายยาเพิ่มจากประสบการณ์ส่วนตัวกับกลิ่น Walnut Creek Green (ขวด 50ml) ที่หลายคนเรียกกันว่าเป็นโทนสะอาดๆ แบบยูนิเซ็กซ์ค่ะ ภาพรวมกลิ่น Walnut Creek Green จะให้ฟีล “เพิ่งอาบน้ำเสร็จ” และสะอาดแบบธรรมชาติ ไม่ใช่แนวหวานฟุ้งหรือแนวแป้งจัดๆ เปิดมาจะได้ความสดชื่นจาก Bergamot กับ Neroli ที่ค่อนข้างโปร่ง พอผ่านไปสักพักกลิ่นกลางจะเริ่มมีความชาเขียว (Green Tea) กับ Sage ที่ทำให้รู้สึกเย็นๆ คลีนๆ เหมือนอยู่ในสวนหรือคาเฟ่ชา กลิ่นฐาน Musk และ Sandalwood จะช่วยประคองให้กลิ่นนุ่มขึ้น ติดผิวแบบละมุน ไม่ทำร้ายจมูกและไม่ฉุน (อันนี้ชอบมาก) ทริคฉีดให้หอมขึ้น: สำหรับกลิ่นนี้เราแนะนำฉีดหลังอาบน้ำตอนผิวชุ่มๆ หรือทาโลชั่นไม่มีน้ำหอมก่อน 1 ชั้น แล้วค่อยฉีดที่จุดชีพจร (ข้อมือ ข้อพับแขน หลังหู) กลิ่นจะ “กลม” และดูแพงขึ้นกว่าฉีดบนผิวแห้งๆ ถ้ากลัวฟุ้งเกินให้ฉีด 2–3 สเปรย์ก็พอ เพราะโทนคลีนๆ ถ้าฉีดเยอะไปอาจรู้สึกคมได้ในช่วงท็อปโน้ต โอกาสที่เหมาะ: Walnut Creek Green เหมาะกับวันทำงาน/ไปเรียน/เข้าคาเฟ่ หรือวันที่อยากได้กลิ่นสะอาดสดชื่นแบบไม่รบกวนคนรอบตัว โดยเฉพาะอากาศร้อนของไทย กลิ่นแนว Green Tea + Musk จะใช้ง่ายมาก และถ้าใครไม่ชอบน้ำหอมหวานๆ นี่มีโอกาสถูกใจสูง เรื่องความติดทน/ฟุ้ง: โดยฟีลจะเป็นแนว “สุภาพ” มากกว่าน้ำหอมสายปาร์ตี้ ความฟุ้งจะอยู่รอบๆ ตัว ไม่ได้พุ่งแรง เหมาะกับคนชอบแนวใกล้ชิด ถ้าอยากให้ติดทนนานขึ้น ลองฉีดบนเสื้อผ้าบางจุด (เช่น ชายเสื้อ) ระวังเรื่องคราบก่อนนะคะ ราคา น้ำหอม BiBiANG: ราคาจะขึ้นกับร้าน/โปร/พรีออเดอร์ แนะนำเช็คราคา “น้ำหอม bibiang ราคา” จากหลายๆ ช่องทางก่อนซื้อ (เช่น ร้านทางการหรือร้านที่รีวิวเยอะ) เพื่อให้ได้ราคาดีและมั่นใจว่าเป็นของแท้ ถ้าให้ตอบว่า BiBiANG กลิ่นไหนหอมสุด สำหรับสายคลีนๆ เราว่า Walnut Creek Green เป็นตัวเริ่มต้นที่ปลอดภัย ใช้ง่าย และให้ลุคสะอาดเป็นธรรมชาติ ใครชอบโทนนี้ลองเริ่มจากขนาด 50ml ได้เลยค่ะ

