Automatically translated.View original post

Review took the rabbit

Hello friends, I want to share the experience today.

Take the rabbit to the doctor at the Agricultural Animal Hospital.

In case it's useful to the person looking for

The hospital lets the kids get together at home. 🥰

🐇 male rabbit

🫰 4 years old.

🚨 Right side tears

Before we take it, we find a lot of information.

For anyone who is going to recommend calling the reservation first

We used to walk in no queue = drive home.

Enough to reserve the queue through the recipient of the reservation

Recommended to go before half an hour. ⏱️

When you reach the hospital, pick up the queue card at the point.

Floor 1 medical records

Then the medical records will give you the cue card.

That's why we can take you to the third floor to the Excotic Zone.

🦝🐒🐏🐭🐗

Today we went, we got the eighth cue. It took less than half an hour for the doctor to check it out.

The doctor examined the hair and combed our baby again. 😅

Dr. Flood gave her tears and put her in the medicine closet.

After doing something, bring the younger down to the 1st floor, pay for the medicine home.

💵 The treatment cost is okay. This price

# Sick rabbit # Agricultural Animal Hospital # Rabbit review # Rabbit doctor # Holland lop rabbit

2025/9/6 Edited to

... Read moreเผื่อใครกำลังจะพาน้องไป “โรงพยาบาลสัตว์เกษตร” (บางคนค้นว่า โรงพยาบาลสัตว์ เกษตร / โรงพยาบาลสัตว์ goodwill / โรงพยาบาลสัตว์เกศรี) เราขอเสริมทิปเล็กๆ จากประสบการณ์วันที่พาเด็กๆ ไปโซน Exotic ชั้น 3 นะคะ จะได้เตรียมตัวแล้วไปได้ลื่นขึ้น 1) จองคิวล่วงหน้าสำคัญมาก ถ้ามีเวลาควรโทรจองก่อนจริงๆ เพราะรอบที่เราเคยลอง walk in คือไม่ได้คิว ต้องกลับบ้านเลย พอจองแล้วเราจะวางแผนเวลาได้ แนะนำไปถึงก่อนเวลานัดประมาณ 30 นาทีเหมือนที่เจ้าหน้าที่บอก จะได้มีเวลาทำเอกสารและไม่รีบ 2) ลำดับขั้นตอนในวันไป (กันหลง) - ถึงโรงพยาบาลแล้วไป “เวชระเบียนชั้น 1” เพื่อรับบัตรคิว/เปิดประวัติ - จากนั้นค่อยพาน้องขึ้น “ชั้น 3 โซน/คลินิก Exotic” แล้วรอเรียกตรวจ ทริกของเราคือถ่ายรูปบัตรคิวกับใบนัดเก็บไว้ เผื่อเรียกคิวแล้วเราหยิบเอกสารไม่ทัน 3) เตรียมกระเป๋า/กล่องเดินทางให้พร้อม เราใช้กระเป๋าเดินทางสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ระบายอากาศดี รองพื้นด้วยผ้าขนหนูหรือแผ่นรองซับ และพกหญ้าแห้งนิดหน่อยให้น้องเคี้ยวระหว่างรอ ลดเครียดได้เยอะมาก ถ้าน้องขี้ตกใจอาจคลุมผ้าบางๆ ทับกระเป๋าเพื่อให้มืดลงนิดนึง (แต่ต้องไม่อับนะคะ) 4) ข้อมูลที่ควรจดไปให้หมอ เคสเราเป็น “น้ำตาไหลข้างขวา” เลยจดไว้ว่าเริ่มเมื่อไหร่ ไหลตลอดหรือเป็นบางเวลา มีขี้ตา/ตาแดงไหม กินได้เท่าเดิมไหม ถ่ายปกติหรือเปล่า ถ้ามีรูปอาการวันที่เป็นหนักๆ แนบให้หมอดูจะช่วยมาก เพราะบางทีไปถึงอาการดีขึ้น 5) เรื่องรอคิวและการตรวจ วันที่เราไปได้คิวเลขต้นๆ รอไม่นาน คุณหมอตรวจละเอียดมาก มีทำหัตถการอย่างฟลัดน้ำตา และให้น้องเข้าตู้ลมยา ระหว่างทำพยายามพูดเสียงเบาๆ ลูบหัวเบาๆ ให้น้องใจเย็น จะช่วยให้ตรวจไวขึ้น 6) ค่าใช้จ่ายและการรับยา หลังตรวจเสร็จจะลงไปชั้น 1 เพื่อชำระเงินและรับยากลับบ้าน ของเรารวมๆ ประมาณ 1,310 บาท (อาจเปลี่ยนตามอาการ/ยา) ก่อนกลับอย่าลืมถามวิธีป้อนยา ปริมาณ เวลา และต้องกลับมาติดตามอาการเมื่อไหร่ หวังว่าโพสต์เสริมนี้จะช่วยให้คนที่กำลังจะพากระต่ายไปโรงพยาบาลสัตว์เกษตรเตรียมตัวได้ครบขึ้นนะคะ โดยเฉพาะสาย Exotic แบบน้องกระต่าย ไปแบบมีแผนแล้วจะสบายทั้งคนทั้งน้องเลยค่ะ