Automatically translated.View original post

You don't have tobe strong all the time

Be weak. Don't be strong all the time.

And don't have to remember every moment

.

Just focus on the present, not on the past, not on the future.

You can be happy...But if today it's too tired to do

Leave yourself to sleep and let go of your mind. Let your brain rest.

# fikabooks # The heart book # Don't think too much

7/16 Edited to

... Read moreในชีวิตประจำวัน เรามักรู้สึกกดดันว่าต้องเข้มแข็งและควบคุมทุกอย่างไว้เสมอ แต่จริงๆ แล้ว การปล่อยให้อ่อนแอและพักผ่อนใจบ้างเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่า ความแข็งแกร่งทางจิตใจไม่ได้หมายความว่าต้องซ่อนความรู้สึกหรือไม่แสดงออกถึงความอ่อนแอ แต่เป็นการมีความเข้าใจในตัวเองและยอมรับทุกส่วนของจิตใจ ประโยค "You don't have to be strong all the time" หรือ "ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา" สื่อถึงการเปิดใจให้กับความอ่อนแอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางอารมณ์ เป็นเรื่องปกติที่บางช่วงเวลาคุณอาจเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อเป็นเช่นนั้นควรหยุดมองย้อนกลับไปที่อดีตหรือกังวลกับอนาคต แต่โฟกัสกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน การฝึกมีสติ (mindfulness) อย่างที่ได้กล่าวไว้ในเนื้อหาช่วยให้เราอยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น และไม่ต้องแบกรับความกังวลที่ไม่มีประโยชน์ การปล่อยใจและสมองให้ได้พักผ่านการนอนหรืองีบสั้นๆ จะช่วยฟื้นฟูพลังงานและลดความเครียดได้ดี ในประสบการณ์ส่วนตัว การยอมรับความเปราะบางของตัวเองช่วยให้ฉันรู้สึกเป็นอิสระมากขึ้นจากความคาดหวังของสังคมและตัวเอง ส่งผลให้ชีวิตมีความสุขและสมดุลมากขึ้น และเมื่อใจสงบ เราก็จะสามารถกลับมาเผชิญหน้ากับปัญหาได้อย่างมั่นใจขึ้น ดังนั้น หากคุณรู้สึกเหนื่อยเกินไป การยอมให้ตัวเองได้พักในวันนั้นๆ เป็นการให้ความรักและความเมตตากับตัวเองอย่างแท้จริง ความเข้มแข็งที่แท้จริงจึงไม่ใช่การย้ำคิดย้ำทำหรือเข้มงวดกับตัวเอง แต่คือการรู้จักฟังใจและให้เวลาตัวเองได้เยียวยาอย่างเหมาะสม นี่จึงเป็นข้อคิดดีๆ ที่ควรนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อสุขภาพใจที่ดีและความสุขที่ยั่งยืน