ไฟล์สำหรับ hr
บันทึกการลาของพนักงาน
ถ้าใครกำลังหาวิธี “จัดการวันลา” ให้เป็นระบบแบบไม่ต้องใช้โปรแกรมแพง ๆ เราแนะนำให้เริ่มจากไฟล์ Excel ที่มีโครงสร้างชัดเจน เพราะช่วยลดงานซ้ำ ๆ ของ HR ได้เยอะมาก โดยเฉพาะทีมเล็ก ๆ ที่ต้องทำหลายหน้าที่ สิ่งที่ควรมีใน “ตารางวันลาพนักงาน” เพื่อให้ใช้งานได้จริง 1) ข้อมูลพนักงานพื้นฐาน: ชื่อ-สกุล/แผนก/ตำแหน่ง/วันเริ่มงาน/ประเภทพนักงาน (รายวัน-รายเดือน) 2) ประเภทการลา: ลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน ลาโดยไม่รับค่าจ้าง (ปรับตามนโยบายบริษัท) 3) ช่องบันทึก “บันทึกการใช้สิทธิ์การลา”: ใส่วันที่ลา เหตุผล และผู้อนุมัติ จะช่วยให้ตรวจสอบย้อนหลังง่าย 4) แยก “แบ่งเช้า-บ่าย”: อันนี้สำคัญมากเวลาลาครึ่งวัน ทำให้สรุปวันลาไม่เพี้ยน 5) สรุปรายเดือน > รายปี: ควรมีหน้าสรุปที่ดึงข้อมูลอัตโนมัติ เช่น จำนวนวันลาที่ใช้ไป/คงเหลือในแต่ละเดือน และรวมทั้งปี ตัวอย่างการตั้งค่าในไฟล์ “สรุปวันลา Excel” ที่เราใช้แล้วเวิร์ก - ทำชีต “บันทึกการลา” ให้กรอกเป็นรายการ (วันที่/ประเภท/เต็มวัน-ครึ่งวัน/เช้า-บ่าย) - ทำชีต “สรุป” แยกตามคน และมีตาราง 12 เดือน เพื่อดูพฤติกรรมการลาแบบเร็ว ๆ - ถ้ามี “ตารางวันหยุดประจำเดือน” แนบไว้ด้วย จะช่วยตรวจว่าเป็นวันทำงานหรือวันหยุด ลดข้อผิดพลาดตอนคำนวณ ส่วน “แบบฟอร์มขาด/ลา/มาสาย” ควรมีอะไรบ้าง - วันที่เกิดเหตุ + ช่วงเวลา (เช้า-บ่าย/เวลาเข้า-ออก) - สถานะ: ขาดงาน/มาสาย/ลา และประเภทการลา - ช่องเหตุผล และเอกสารแนบ (เช่น ใบรับรองแพทย์) - ลายเซ็นผู้ยื่น/หัวหน้างาน/HR พร้อมวันที่อนุมัติ แบบนี้เวลาโดนถามหรือ audit จะหยิบใช้ได้ทันที ถ้าต้องทำ “สมุดลงเวลา ผู้บริหาร” แบบเรียบ ๆ แนะนำให้แยกเป็นอีกชีตหนึ่ง ไม่ปนกับพนักงานทั่วไป เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว และทำให้ตรวจเช็กง่ายขึ้น ทิปสุดท้าย: ตั้งชื่อไฟล์และเวอร์ชัน เช่น “ตารางวันลาพนักงาน_2567_v1” และล็อกช่องสูตรสำคัญไว้ จะช่วยลดปัญหาข้อมูลพังจากการแก้ผิดช่อง






