10 หนัง เมื่อการทำงานออฟฟิศ ทำให้คุณอยากอยู่เงียบๆ

🏢 ไม่รู้ว่าจะเยียวยาความเหงา หรือเหงายิ่งกว่าเดิมกับ 10 ภาพยนตร์สำหรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ที่การทำงานทำให้คุณอยากอยู่ (หรือต้องอยู่) คนเดียวเงียบๆ

1. Aloners (2021)

ภาพยนตร์เกาหลีที่เล่าเรื่องของจินอา พนักงาน Call Center ระดับมือดีที่เลือกตัดขาดความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและครอบครัวอย่างสิ้นเชิง เธอใช้ชีวิตในวงจรเดิมๆ คือการนั่งทำงานในคอกสี่เหลี่ยม กินข้าวคนเดียว และดูหน้าจอโทรศัพท์ หนังสำรวจลึกลงไปในความเงียบเชียบของชีวิตมนุษย์ออฟฟิศที่พยายามสร้างกำแพงล่องหนเพื่อป้องกันตัวเองจากความวุ่นวายภายนอก

2. Her (2013)

เรื่องราวของธีโอดอร์ ชายหนุ่มผู้มีอาชีพรับจ้างเขียนจดหมายรักในออฟฟิศที่ดูทันสมัยแต่กลับแห้งแล้ง เขาใช้เวลาทั้งวันอยู่ในคอกทำงานเพื่อสร้างความรู้สึกปลอมๆ ให้กับคนอื่น ในขณะที่ชีวิตจริงของเขาพังทลายและโดดเดี่ยว หนังสะท้อนภาพความเหงาของคนเมืองที่ทำงานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์จนต้องหันไปโหยหาความอบอุ่นจากระบบปฏิบัติการ AI

3. Office Space (1999)

หนังเสียดสีชีวิตการทำงานที่กลายเป็นผลงานขึ้นหิ้ง เล่าถึงกลุ่มพนักงานไอทีที่ติดอยู่ในคอกทำงานและต้องรับมือกับหัวหน้าจอมบงการ หนังถ่ายทอดความน่าเบื่อหน่ายและไร้เป้าหมายของการทำงานเอกสารซ้ำซาก ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความรู้สึกแปลกแยกจากระบบทุนนิยมที่มองพนักงานเป็นเพียงฟันเฟืองที่ไม่มีตัวตน

4. Up in the Air (2009)

ไรอัน บิงแฮม เป็นพนักงานที่บริษัทจ้างไปเพื่อ ไล่ออก พนักงานคนอื่นโดยเฉพาะ ชีวิตของเขาจึงวนเวียนอยู่กับการเดินทาง สนามบิน และโรงแรม เขาไม่มีออฟฟิศประจำที่แน่นอนและไม่มีสายสัมพันธ์กับใคร ความโดดเดี่ยวในเรื่องนี้เกิดจากการที่งานของเขาคือการทำลายความมั่นคงของคนอื่น จนทำให้เขากลายเป็นคนไร้รากและไม่มีที่ว่างให้ความสัมพันธ์ที่แท้จริง

5. One Hour Photo (2002)

ไซมอน พนักงานล้างรูปที่ทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้ามาอย่างยาวนาน เขาเป็นคนประเภทที่เป็นมิตรแต่ไม่มีใครจดจำ ความเหงาจากการทำงานบริการซ้ำซากทำให้เขาเริ่มเข้าไปแทรกซึมและหมกมุ่นกับชีวิตของครอบครัวลูกค้าผ่านรูปถ่ายที่เขาล้างให้ทุกวัน สะท้อนภาพความเหงาที่น่ากลัวจากการถูกมองข้ามในที่ทำงาน

6. The Apartment (1960)

ภาพยนตร์คลาสสิกที่เล่าเรื่องของพนักงานบริษัทประกันภัยที่พยายามเลื่อนตำแหน่งด้วยการปล่อยให้เจ้านายเช่าอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวเพื่อใช้ทำกิจกรรมชู้สาว หนังแสดงให้เห็นภาพพนักงานตัวเล็กๆ ท่ามกลางออฟฟิศขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยโต๊ะทำงานนับร้อย ซึ่งต้องยอมสละเกียรติยศเพียงเพื่อหวังจะมีที่ยืนในสังคมคนทำงาน

7. Tokyo Sonata (2008)

หนังญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องหัวหน้าครอบครัวที่ถูกเลิกจ้างกระทันหัน แต่ด้วยความอับอายเขาจึงยังต้องแต่งตัวผูกไทออกจากบ้านทุกวันเพื่อไปนั่งในสวนสาธารณะหรือศูนย์จัดหางาน เป็นความเหงาที่เกิดจากการสูญเสียสถานะทางสังคมและตัวตนที่เคยผูกติดอยู่กับความเป็นมนุษย์เงินเดือนในเมืองใหญ่

8. ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (2015)

หนังไทยที่ถ่ายทอดชีวิตของยุ่น กราฟิกดีไซน์เนอร์สายรีทัชภาพที่ทำงานถวายหัวให้กับเอเจนซี่โฆษณา ความเหงาของเขาเกิดขึ้นในห้องทำงานมืดๆ ที่มีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาตัดขาดจากสังคมและโลกภายนอกจนร่างกายเริ่มประท้วง หนังแสดงให้เห็นว่าการบ้างานในออฟฟิศ (หรือ Home Office) สามารถทำให้เรากลายเป็นคนแปลกหน้าต่อคนรอบข้างได้อย่างไร

9. Castaway on the Moon (2009)

เรื่องราวของชายหนุ่มที่ตัดสินใจกระโดดสะพานฆ่าตัวตายเพราะหนี้สินและล้มเหลวจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน แต่กลับไปติดอยู่บนเกาะร้างกลางแม่น้ำฮัน ซึ่งมองเห็นตึกออฟฟิศตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล เขาต้องใช้ชีวิตลำพังบนเกาะนั้นในขณะที่คนเมืองที่ทำงานอยู่บนตึกสูงมองลงมาเห็นเขาเป็นเพียงจุดเล็กๆ หนังสะท้อนภาพความเหงาของการถูกทอดทิ้งจากสังคมทำงานและระบบทุนนิยมได้อย่างลึกซึ้งและมีความหวังไปพร้อมกันครับ

10. Playtime (1967)

หนังที่ใช้ภาพบรรยากาศออฟฟิศสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยห้องกระจกและคอกทำงานที่ดูเหมือนเขาวงกต ตัวเอกเดินทางเข้าไปในออฟฟิศแล้วเกิดความสับสนและแปลกแยกกับเทคโนโลยีและโครงสร้างตึกที่ดูเย็นชา เป็นการสื่อสารผ่านภาพให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมออฟฟิศสมัยใหม่สามารถสร้างความโดดเดี่ยวให้กับมนุษย์ได้โดยไม่ต้องมีคำพูดสักคำเดียว

#ภาพยนตร์ในฝัน #หนังน่าดู

5/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนที่เคยผ่านช่วงเวลาการทำงานออฟฟิศที่ทำให้รู้สึกเหงาและอยากอยู่เงียบๆ เหมือนในหนังหลายเรื่องที่พูดถึง ผมขอแชร์ประสบการณ์และมุมมองในการจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ครับ เหมือนกับเรื่องราวในหนังอย่าง Aloners (2021) ที่ตัวละครเลือกแยกตัวออกมา ทำให้ผมเห็นว่าการสร้างพื้นที่ส่วนตัวและเวลาสำหรับตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิตการทำงาน บางครั้งการได้อยู่คนเดียวและได้พักใจอย่างเต็มที่ช่วยให้เราฟื้นฟูพลังใจได้ดีขึ้น ในหนัง Her (2013) ที่เล่าเรื่องธีโอดอร์กับความเหงาที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ห่างไกลและเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนที่มนุษย์ ผมเองก็เคยรู้สึกว่าโลกสมัยใหม่ทำให้เราเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น แต่นำมาซึ่งความเปล่าเปลี่ยวทางอารมณ์ได้เหมือนกัน การรักษาความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้างยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น Office Space (1999) สะท้อนให้เห็นถึงความน่าเบื่อของงานซ้ำซากและความรู้สึกไร้ตัวตนในห้องทำงาน ผมแนะนำให้ลองหางานอดิเรกเล็กๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกมีความหมายในชีวิตนอกเวลางาน เช่น การออกกำลังกาย หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อช่วยเติมเต็มและเปลี่ยนบรรยากาศจิตใจ เรื่องราวใน Up in the Air (2009) ก็ทำให้ผมนึกถึงความโดดเดี่ยวที่ถูกสร้างจากธรรมชาติของงานที่หมุนเวียนและไม่มีรากฐาน การมีสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว และตั้งใจสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพกับคนใกล้ตัวจึงมีความสำคัญมาก ส่วนหนัง One Hour Photo (2002) และ Tokyo Sonata (2008) ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกถูกทอดทิ้ง และการสูญเสียตัวตน ซึ่งบางครั้งเราต้องหาวิธีสื่อสารและเปิดใจเพื่อให้คนอื่นเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้ และหลีกเลี่ยงความโดดเดี่ยวที่ลึกซึ้งจนเกินไป หนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (2015) ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของผลกระทบทางร่างกายและจิตใจจากการทำงานหนักเกินไป การดูแลสุขภาพ และการพักผ่อนเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเพื่อให้เรายั่งยืนในการทำงานและชีวิต สุดท้าย Castaway on the Moon (2009) และ Playtime (1967) ช่วยให้เห็นภาพความโดดเดี่ยวในสังคมเมืองและออฟฟิศสมัยใหม่ที่ล้อมรอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างและเทคโนโลยีที่เย็นชา ผมคิดว่าการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนและค้นหาความหมายในชีวิตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านความเหงาในงานออฟฟิศ โดยรวมแล้วหนังทั้ง 10 เรื่องนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความเหงาของชีวิตในออฟฟิศ แต่ยังเป็นบทเรียนและแรงบันดาลใจในการดูแลใจตัวเองและสร้างความสมดุลในชีวิตการทำงานครับ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ถอดแนวคิดการทํางานตามหนัง The Devil Wears Prada 👠
ถอดมายด์เซ็ตคนทำงาน จาก The Devil Wears Prada! เปลี่ยนความกดดันเป็นความปัง 🔥 ใครเคยดูหนังในตำนานเรื่องนี้บ้างคะ? บอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่หนังแฟชัน แต่คือคัมภีร์เอาตัวรอดในออฟฟิศที่แท้จริง! วันนี้ขอชวนมาถอดบทเรียนที่เอาไปปรับใช้กับการทำงานในชีวิตจริงได้แบบ 10/10! ✨ 🎬 มาลองเปลี่ยนมุมมอง ให้เป็นโอก
Tip.Trick.Track.

Tip.Trick.Track.

ถูกใจ 411 ครั้ง

ภาพอธิบายการอ่านเกมคนในออฟฟิศ (Office politics awareness) คือความสามารถในการสังเกต วิเคราะห์ และเข้าใจความสัมพันธ์ อำนาจ ผลประโยชน์ และพฤติกรรมของผู้คนในที่ทำงาน เพื่อให้ทำงานได้อย่างปลอดภัย ราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภาพแสดงหลักการแกนกลางที่ต้องเข้าใจก่อนว่าออฟฟิศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลแต่ด้วยคน และการเมืองมีอยู่ทุกที่ การไม่รู้เกมทำให้เสียเปรียบ เป้าหมายคือเข้าใจเกมเพื่อป้องกันตัวและใช้ประโยชน์เชิงบวก
ภาพอธิบายอำนาจที่ซ่อนอยู่ในออฟฟิศ 2 ประเภทแรก ได้แก่ Power Holder (ผู้มีอำนาจตัดสินใจจริง) และ Connector (สะพานความสัมพันธ์) พร้อมวิธีสังเกตและคุณค่าของคนกลุ่มนี้
Office Politics 101: อ่านเกมคนในออฟฟิศให้ขาด
การอ่านเกมคนในออฟฟิศไม่ใช่เรื่องนินทา แต่มันคือ “เอาตัวรอด” นี่คือ Office Politics Awareness 101 ที่คนทำงานต้องรู้: • ดูพลังอำนาจในทีม ใครมีอิทธิพลจริง • ฟังให้เป็นว่าใครสนับสนุนใคร • แยกคนจริงใจกับคนลวงโลก • รู้เวลาเงียบ–เวลาเคลื่อนเกม อ่านเกมออก = ลดดราม่า + ทำงานลื่น + โดนเล่นยากขึ้นหลายเท
leeaonglee

leeaonglee

ถูกใจ 186 ครั้ง

ภาพปกแสดงเมนูลดน้ำหนักสำหรับสาวออฟฟิศ พร้อมรูป Before และ After ของผู้หญิงที่ลดน้ำหนักได้ 14 กิโลกรัม เอวลด 6 นิ้ว โดยมีภาพอาหารประกอบด้านบน
ภาพคอลลาจแสดงเมนูก๋วยเตี๋ยวและเกาเหลาหลายแบบ พร้อมคำแนะนำการกิน เช่น ไม่ใส่กระเทียมเจียว เน้นวุ้นเส้น/เส้นหมี่/ข้าวสวย ลดลูกชิ้น และเน้นเนื้อสัตว์
ภาพคอลลาจแสดงเมนูข้าวมันไก่หลายจาน พร้อมคำแนะนำการกิน เช่น เปลี่ยนเป็นข้าวสวย ไก่ต้มไม่หนัง และเพิ่มไก่หรือเลือด
สาวออฟฟิศกินอะไรดีตอน Diet! แจกเมนูที่กินแล้วลดไป 14 โล🍅🥦
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ🍋ใครเป็นชาวพนักงานออฟฟิศที่กำลังลดน้ำหนักบ้างขอมือหน่อยยย\(>3<)/ วันนี้ออมเอาเมนูที่ออมกินช่วงลดน้ำหนักมาให้เพื่อน ๆ ดู พร้อมบอกแนวทางในการสั่งให้รักสุขภาพมากขึ้นมาฝาก🩷 ✅ ไม่ต้องทำอาหารมากินที่ออฟฟิศก็ลดได้ ✅ อาหารดี ๆ หาง่ายกว่าที่คิด ✅ ซื้อกินทุกมื้อก็ลดน้ำหนักได้เหมือน
ออมมี่เดลี่ไลฟ์🎀

ออมมี่เดลี่ไลฟ์🎀

ถูกใจ 151 ครั้ง

ทริค (ไม่) ลับ สำหรับชาวออฟฟิศ
วันนี้ จะขอมาแชร์ทริคเล็ก ๆ ด้วยแอป Preview ของ 🍎สำหรับมานุดชาวออฟฟิศ บางครั้งเราก็จำเป็นต้องแสกนเอกสารส่งเป็นรูป แทน กระดาษ หรือไฟล์แบบ pdf ด้วยเหตุนี้ การถ่ายรูปส่งไปตรง ๆ อาจจะติดอย่างอื่นที่ไม่ต้องการ ไม่ก็ถ่ายออกมาแล้วเบี้ยวไม่สวย เพราะงั้นลองเอาทริคนี้ไปใช้ดูนะ รับรองว่าเอกสารชัดแจ๋ว
PlayALightMoon

PlayALightMoon

ถูกใจ 23 ครั้ง

สังคมที่น่ากลัวที่สุด คือ "สังคมการทำงาน"
เมื่อเราโตขึ้น เรามักได้ยินคำบอกเล่าว่า “สังคมคือสิ่งที่ต้องเรียนรู้” แต่เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานจริง หลายคนกลับพบว่า สังคมที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ถนนหนทาง ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่คือที่ที่เราไปทุกวัน ที่ที่เราใช้เวลามากกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิต นั่นคือ “สังคมการทำงาน” — ที่ที่ความจริงใจกลายเป็นของหา
ชีวิตใหม่

ชีวิตใหม่

ถูกใจ 81 ครั้ง

˚⋅⊱❀⊰ แต่งตัวไปทำงาน 👚 ฉบับสาวออฟฟิศ สูง 169 ซม. แต่งยังไงดี?!💒🛼
สวัสดีค่าาาวันนี้ตองจะมาแชร์ outfits ใส่ไปทำงานกันอีกแร้วว ฉบับสาวออฟฟิศ👀 ซึ่งเราอะสูง 168-169 ซม. อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูงเลยสำหรับผญ555555 มีชุดของอะไรกันบ้างมาดูกันเลยยยย🫶🏻 🧊 ลุคที่ 1 🧊 • เสื้อแขนยาวไหมพรม Mistymynx มีดีเทลสายเสื้อคล้องคอเป็นเพชร สามารถถอดออกได้ เก๋มากกก เผื่อใครอยากใส่แ
tp🐆

tp🐆

ถูกใจ 60 ครั้ง

รีวิวคีย์บอร์ด ไร้สาย สำหรับชาวออฟฟิศ⌨️
✨ คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ไม่ได้เหมาะแค่เล่นเกม แต่ทำงานก็ดี! วันนี้กิ่งมารีวิว EGA TYPE-CMK11 คีย์บอร์ด 98% ที่มีฟีลลิ่งพิมพ์ดีเกินราคา ตัวเดียวจบ ทั้งทำงาน–เล่นเกม–ตกแต่งโต๊ะคอม 💗⌨️ 💡 จุดเด่นที่กิ่งชอบมาก ๆ คือ: 🔸 สวิตช์มี 2 แบบให้เลือก – Saiko One Linear ฟีลลื่น นุ่ม เงียบ – Saiko One Clicky
JEllepaReview

JEllepaReview

ถูกใจ 303 ครั้ง

วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ ได้เวลาพักสมอง ชาร์จแบตให้ตัวเองกันแล้ว! 🔋✨ มาดู MBTI ในออฟฟิศกันค่ะ
✨ ก่อนจะกลับไปลุยงานวันจันทร์ วันนี้ ออฟฟิศ 101 ชวนทุกคนมาเช็กกันหน่อยว่า "สไตล์การทำงาน" ของเราและเพื่อนร่วมทีมเป็นแบบไหนกันแน่? อินโฟกราฟิกนี้สรุปจุดเด่นและทริคการทำงานของแต่ละกลุ่ม MBTI มาให้ดูกันง่ายๆ แล้วค่ะ 👇 🟢 1. กลุ่มนักการทูต (Diplomats: NFs) "สื่อสารด้วยความจริงใจ และสร้า
ออฟฟิศ101

ออฟฟิศ101

ถูกใจ 1 ครั้ง

ออฟฟิศซินโดรม…ภัยเงียบของคนทำงาน 😞
ออฟฟิศซินโดรมอาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ ของคนทำงาน แต่จริง ๆ แล้วส่งผลต่อร่างกายมากกว่าที่คิด ทั้งอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดหลัง ตาล้า หรือชามือ ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานนานและใช้ร่างกายผิดท่าเป็นประจำ แม้ว่าการทำงานหน้าคอม💻จะช่วยให้เราทำงานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ข้อเสียคือร่างกายต้องอยู่ในท่าเดิม นาน
ไปเรื่อยกับอุ้ม ☁️

ไปเรื่อยกับอุ้ม ☁️

ถูกใจ 1 ครั้ง

ภาพรวมอุปกรณ์ปั๊มนมที่ออฟฟิศ มีขวดน้ำ ถุงเก็บนม ขวดนม และเครื่องปั๊มนมไร้สาย พร้อมข้อความหัวข้อ 'มนุษย์แม่ ปั๊มนมที่ออฟฟิศ แบ่งรอบยังไง เตรียมไรไปบ้าง'
แสดงอุปกรณ์ทั้งหมดที่ต้องใช้ในการปั๊มนมที่ทำงาน เช่น เครื่องปั๊มนมไร้สาย ขวดนม ถุงเก็บนม ทิชชูเปียก วิตามิน และกระเป๋าเก็บความเย็น
ตารางเวลาปั๊มนมที่ออฟฟิศ เริ่ม 7.00 น. (Power Pumping) และต่อด้วย 10.00, 13.00, 16.00 น. พร้อมภาพกรวยปั๊มนมแบบแฮนด์ฟรี
ปั๊มนมที่ออฟฟิศ แบ่งรอบยังไง ใช้เครื่องปั๊มไหน ต้องพกอะไรไปบ้าง
มนษย์แม่สาย Working อย่างเราที่ต้องทำงานไปด้วย แต่อยากให้เบบี๋กินนมแม่ไปด้วย เข้าออฟฟิศแล้วแม่แบ่งเวลาปั๊ม ดังนี้ . รอบแรกตอนออกจากบ้าน 7.00 ปั๊มในรถ และทำ Power Pumping ไปด้วย เพราะรถติด ถึงออฟฟิศก็เก็บใส่ขวดเลย . ละคอยปั๊มต่อทุก 3 ชม คือ 10.00, 13.00, 16.00 ถึงบ้านตอนเย็น 18.30 - 19.00 ให้น้อ
หม่ามี๊มีพลัง

หม่ามี๊มีพลัง

ถูกใจ 47 ครั้ง

Quiz สุดน่ารักฉบับสาวออฟฟิศ! 👩🏻‍💻✨
มีควิซใหม่ออกมาให้สาวๆแบบเราเล่นอีกแล้ว 💖 เหมาะกับผู้หญิงทำงานยุคใหม่แบบเราสุดๆ ควิซนี้จะช่วยเช็คว่าสไตล์การทำงานของเราเป็นแบบไหน สวย เก่ง แบกงาน หรือสายบาลานซ์ชีวิตเก่งกันแน่ ✨ ไปลองเล่นกันนะ มี 4 ตัวละคร - The Visionary - The Dark Horse - The Bright Ambition - The Inner Balance เราเป็น
spsnn

spsnn

ถูกใจ 2 ครั้ง

หนังที่ทำให้เราคิดถึงวัยเด็ก The Devil Wears Prada👠
วันนี้ขอพูดถึงเรื่องนี้บ้าง ปกติจะมีรีวิวหรือพูดถึงหนังแนว horror ซะส่วนใหญ่ แต่ The Devil Wears Prada เป็นหนังที่เรารอคอยตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าจะทำภาค 2 และยิ่งเห็นแคสต์หลักแคสต์เดิมกลับมาครบ ยิ่งทำให้อยากจองตั๋วไปดูตั้งแต่หนังเข้าวันแรกเลยจริงๆ #thedevilwearsprada2 #runway #annehathaway #m
LittleM

LittleM

ถูกใจ 7 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม