รักษาโรคมะเร็ง🏥ใช้เงินกี่ล้าน?!?

จากข้อมูลย้อนหลัง 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เรากำลังพบปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Paradox คือ อัตราการอุบัติโรคเพิ่มขึ้นแต่อัตราการเสียชีวิตลดลง ทำให้อนาคตค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและนอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ของไทยสูงขึ้นทุกปี มาจากค่าเทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำและราคาของยาในกลุ่ม Immunotherapy (ยาภูมิคุ้มกันบำบัด) ทำให้ปัจจุบันปี 2569 อัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 8-10% ต่อปีเลย🥹

วันนี้ผมเฟิร์ส LivingWealthy จะชวนเพื่อนๆมาดูกันว่า

ปัจจุบันค่ารักษาโรคมะเร็งยอดฮิตในไทยใช้เงินเท่าไหร่บ้างไปดูกันครับ

🏥มะเร็งเต้านม (Breast Cancer)

อันดับ 1 ในสตรีไทย และมีสัดส่วนการใช้ยามุ่งเป้าสูงที่สุด

เป็นโรคที่มีโอกาสเจอสูงมากในผู้หญิงไทยซึ่งการรักษาประเมินว่า หากรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ อาจใช้เงินประมาณ 730,000-1,500,000 บาท ส่วนเอกชน อยู่ที่ 2.35 ล้าน - 4.7 ล้านบาทขึ้นไป

แนวโน้วอีก 10 ปี

📍คาดว่าค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนจะขึ้นไปแตะระดับ 4.5-9 ล้านบาท

📍อนาคตการรักษาจะมุ่งไปที่ลดการใช้เคมีบำบัดและเปลี่ยนไปใช้การตรวจยีนเพื่อเลือกยามุ่งเป้าที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

🏥 มะเร็งปอด (Lung Cancer)

มะเร็งที่มีค่าใช้จ่ายด้าน "ยามุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด" สูงที่สุดในปัจจุบัน การรักษาประเมินว่า หากรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ อาจใช้เงินประมาณ 600,000 - 1.6 ล้านบาท ส่วนเอกชน อยู่ที่ 2.85 ล้าน - 6.7 ล้านบาทขึ้นไป

แนวโน้วอีก 10 ปี

📍 คาดว่าอีก 10 ปีค่ารักษาในเอกชนจะพุ่งสูงถึง 6-12 ล้านบาท จากเทคโนโลยีและยาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

📍มะเร็งปอดจะกลายเป็นโรคที่รักษาระยะยาวเนื่องจากยาช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้นานขึ้นแต่ค่าใช้จ่ายรายเดือนจะเป็นภาระทางการเงินที่หนักที่สุด

🏥 มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง(Colorectal Cancer)

โรคที่เน้นเทคโนโลยีการผ่าตัดและอุปกรณ์สิ้นเปลืองทางการแพทย์ เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีและเทคนิคเฉพาะทางในการรักษา การรักษาประเมินว่า หากรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ อาจใช้เงินประมาณ 730,000 - 1.5 ล้านบาท ส่วนเอกชน อยู่ที่ 2.4 ล้าน - 4.75 ล้านบาทขึ้นไป

แนวโน้วอีก 10 ปี

📍 คาดว่าค่ารักษาในเอกชนจะพุ่งสูงถึง 5 - 8.5 ล้านบาท

📍 เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะกลายเป็นมาตรฐานในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาพักฟื้นแต่ทำให้ค่าผ่าตัดในระยะแรกสูงขึ้นอย่างมาก

🏥มะเร็งตับและท่อน้ำดี(Liver & Bile Duct Cancer)

มะเร็งที่มีอัตราการดำเนินโรคเร็วและมีทางเลือกการรักษาเฉพาะทางที่ราคาสูง การรักษาประเมินว่า หากรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ อาจใช้เงินประมาณ 400,000 - 900,000 บาท ส่วนเอกชน อยู่ที่ 1.5 ล้าน - 3.5 ล้านบาทขึ้นไป

แนวโน้วอีก 10 ปี

📍 การปลูกถ่ายตับและยายุคใหม่อาจต้องเตรียมงบประมาณถึง 8 - 10 ล้านบาท

📍 มะเร็งชนิดนี้มักพบในระยะลุกลาม ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จึงจะไปหนักที่การรักษาแบบประคับประคองด้วยยาและเทคโนโลยีรังสีร่วมรักษา(Interventional Radiology)

มุมมองอีก 10 ปีข้างหน้า

✏️ในอีก 10 ปีข้างหน้า ความต่างของค่ารักษาระหว่าง“สิทธิรัฐและเอกชน”จะกว้างขึ้น เพราะโรงพยาบาลเอกชนจะนำเข้านวัตกรรม AI และยาใหม่ๆได้เร็วกว่าระบบรัฐ

✏️ แนวโน้วค่าใช้จ่ายด้าน"ยา"จะแซงหน้า"ค่าผ่าตัด"โดยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60-70% ของค่ารักษาทั้งหมด

✏️ หากเราต้องการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในทศวรรษหน้า แผนการเงินที่รองรับวงเงิน 8 - 15 ล้านบาท จึงจะเป็นระดับที่อุ่นใจและครอบคลุมนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆครับ

✨ เพื่อนๆท่านใดเคยมีประสบการณ์การรักษาโรคมะเร็งกันบ้างแวะมาแชร์ใต้คอมเมนต์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวกันได้นะครับ

✨ หากชอบฝากกดถูกใจและติดตามเพื่อให้ไม่พลาดคอนเทนต์จากผมด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ

#มะเร็ง #มะเร็งตับ #มะเร็งเต้า #มะเร็งลำไส้ #มะเร็งปอด

5/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากคอมเมนต์/คำถามที่เจอบ่อยใน Google จะวนอยู่ 3 เรื่องคือ “ค่ารักษาโรคร้ายแรง 2569”, “immunotherapy ราคา” และ “ค่า คี โม โรงพยาบาลรัฐ” เลยขอเสริมเป็นแนวทางวางแผนแบบคนทั่วไป (ไม่ใช่คำแนะนำแพทย์นะครับ) 1) ทำไมค่ารักษาโรคร้ายแรงปี 2569 ถึงดูแพงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ผมเห็นชัดคือเงินเฟ้อทางการแพทย์ไม่ได้ขึ้นแค่ค่าห้อง/ค่าบริการ แต่ขึ้นเพราะ “เทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยแม่นขึ้น” และ “ค่ายาใหม่” โดยเฉพาะกลุ่มยามุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ที่หลายเคสต้องให้ต่อเนื่องเป็นรอบๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายสะสมเป็นก้อนใหญ่ พออัตรารอดชีวิตดีขึ้น โรคบางชนิดกลายเป็นการรักษาระยะยาว ค่าใช้จ่ายรายเดือนยิ่งสำคัญ 2) immunotherapy ราคา ทำไมช่วงราคากว้างมาก คำว่า Immunotherapy จริงๆ มีหลายสูตร หลายข้อบ่งใช้ ราคาจึงต่างกันมาก ปัจจัยที่ทำให้ราคา “แกว่ง” ได้แก่ - ชนิดมะเร็งและระยะโรค (เริ่มยาหรือใช้หลังล้มเหลวจากการรักษาอื่น) - ต้องตรวจยีน/ตรวจ biomarker ก่อนหรือไม่ (มีค่าตรวจเพิ่ม) - ความถี่ในการให้ยา (เช่น ทุก 2/3/4 สัปดาห์) - ระยะเวลาที่ต้องให้ (บางคนได้ไม่กี่เดือน บางคนยาวเป็นปี) ถ้าใครกำลังหาข้อมูล ผมแนะนำให้ถาม รพ. เป็น “แพ็กเกจประมาณการทั้งคอร์ส” หรืออย่างน้อยขอช่วงราคา 3 เดือน/6 เดือน เพราะการดูราคา “ต่อครั้ง” มักทำให้ประเมินงบต่ำไป 3) ค่าเคมีบำบัดโรงพยาบาลรัฐ ควรถามอะไรเพื่อคุมงบ หลายคนคิดว่าไป รพ.รัฐ = จบ แต่ในชีวิตจริงยังมีค่าใช้จ่ายแฝงที่ควรถามให้ชัด เช่น - ยาที่เข้าในสิทธิ vs ยานอกบัญชี (ต่างกันมาก) - ค่าตรวจเลือด/CT/MRI ก่อนให้คีโมแต่ละรอบ - ค่ายาแก้แพ้ ยากันคลื่นไส้ ยากระตุ้นเม็ดเลือด (บางรายการอาจต้องจ่ายเพิ่ม) - ค่าเดินทาง/ค่าขาดรายได้ของผู้ดูแล ทริคของผมคือทำ “ตารางค่าใช้จ่ายรายรอบ” แยกเป็น: ค่ายา/ค่าตรวจ/ค่าเดินทาง/ค่าอื่นๆ แล้วคูณจำนวนรอบ จะเห็นภาพเงินสดที่ต้องเตรียมจริง 4) วางแผนเงินก้อนแบบอุ่นใจ (สำหรับคนอยากมีทางเลือกเอกชน) จากตัวเลขในบทความ หลายมะเร็งในเอกชนมีโอกาสแตะหลายล้าน และในอนาคตความต่างรัฐ-เอกชนอาจยิ่งห่าง ถ้าตั้งใจให้มีทางเลือก แนะนำให้กัน “กองทุนฉุกเฉินเพื่อโรคร้ายแรง” แยกจากเงินสำรองทั่วไป เช่น เป้าหมาย 8–15 ล้านบาท (ตามภาพรวมที่สรุปไว้) แล้วค่อยๆ เติมด้วยการออม/ลงทุนที่สภาพคล่องพอสมควร สุดท้าย ถ้าใครกำลังรักษาอยู่จริงๆ ลองเอาข้อคำถามด้านบนไปคุยกับทีมรักษา/การเงินของ รพ. จะช่วยให้ประเมินงบได้ใกล้เคียงขึ้น และลดความเครียดเรื่องเงินระหว่างการรักษาได้มากครับ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

มะเร็ง 1ครั้ง ใช้เงินกี่ล้าน
ประกันโรคร้ายแรงจำเป็นไหม? มะเร็ง 1 ครั้ง ใช้เงินหลักล้าน แต่สิ่งที่หนักกว่าคือ “รายได้ที่หายไป” ถ้าเกิดกับคุณ…คุณพร้อมหรือยัง #ประกันโรคร้ายแรง #มะเร็ง #วางแผนการเงิน #โรคร้ายแรง #ประกันโรคร้ายแรงเจอจ่ายหลายจบ
กุ้งชี_นักวางแผนการเงิน

กุ้งชี_นักวางแผนการเงิน

ถูกใจ 0 ครั้ง

ส่องค่ารักษา 3 โรคร้ายยอดฮิตในปัจจุบัน
#ประกันชีวิต #ประกันโรร้ายแรง #ประกันaia #แม่โอโซนAIA #ประกันครอบครัวสุขใจByแม่โอโซน
แม่โอโซน AIA

แม่โอโซน AIA

ถูกใจ 2 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม