Not by cunning, by magic. Not by magic, by spell.🙏🏻
ประโยค “ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล” เป็นสำนวนที่คนไทยใช้กันมานาน ความหมายโดยรวมคือ “ถ้าวิธีตรง ๆ ไม่ได้ผล ก็ต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีที่แยบยล/มีชั้นเชิงมากขึ้นเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ” ฟังดูเหมือนเป็นการวางแผนหรือใช้ไหวพริบ แต่ในบางบริบทก็อาจถูกมองว่าเป็นการ “เอาชนะให้ได้” แบบไม่ค่อยแฟร์ได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเจตนาและวิธีที่ใช้จริง ๆ ถ้าถามว่าแปลแบบบ้าน ๆ คืออะไร สำหรับฉันมันคือการเตือนใจว่า “อย่ายึดติดกับวิธีเดียว” เช่น ขอแบบสุภาพแล้วไม่ได้ผล ก็ลองอธิบายเหตุผลให้ชัดขึ้น ลองหาเวลาที่เหมาะ ลองเปลี่ยนรูปแบบการคุย หรือหาคนกลางช่วยสื่อสาร (นี่คือ “กล” ในความหมายเชิงบวก) แต่ถ้าเอาไปใช้ในทางกดดัน หลอกล่อ หรือบีบบังคับ แบบนั้นจะกลายเป็นภาพลบของสำนวนทันที ตัวอย่างสถานการณ์ที่มักเจอ 1) เรื่องงาน: ขอความร่วมมือทีมตรง ๆ แล้วเงียบ อาจต้องเปลี่ยนเป็นทำสรุปสั้น ๆ ส่งให้เห็นประโยชน์/ผลกระทบชัด ๆ หรือขอคุยตัวต่อตัวแทนการประกาศในกลุ่ม 2) เรื่องการขาย/การต่อรอง: ต่อราคาแบบห้วน ๆ ไม่ผ่าน ก็เปลี่ยนเป็นขอของแถม ขอส่งฟรี หรือขอส่วนลดเมื่อซื้อเพิ่ม 3) เรื่องความสัมพันธ์: พูดดี ๆ แล้วอีกฝ่ายไม่เข้าใจ อาจต้องเปลี่ยนวิธีสื่อสาร เช่น ตั้งขอบเขตให้ชัด ใช้ประโยค “ฉันรู้สึกว่า…” แทนการกล่าวโทษ ประโยคตัวอย่างที่ใช้ได้ - “คุยตรง ๆ แล้วไม่เวิร์ก งั้นเราต้องวางแผนใหม่ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล” - “ถ้าขออนุมัติแบบปกติไม่ได้ เดี๋ยวทำข้อมูลเปรียบเทียบให้ครบก่อน ค่อยยื่นใหม่ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล” ข้อควรระวังเวลาใช้สำนวนนี้ เพราะคำว่า “เล่ห์” ทำให้หลายคนตีความไปทางเล่ห์เหลี่ยมได้ง่าย ถ้าใช้กับคนที่ไม่สนิท อาจฟังเหมือนเราจะเล่นเกมหรือเอาชนะเขา ฉันเลยมักใช้แบบติดตลกกับเพื่อนสนิท หรือใช้ในเชิง “หาวิธีที่เหมาะ” มากกว่า “ใช้เล่ห์” จริง ๆ สรุปคือ สำนวนนี้ช่วยให้เรามองทางเลือกหลาย ๆ แบบในการแก้ปัญหา แต่ควรยึดหลักแฟร์และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ถ้า “กล” ของเราคือการสื่อสารให้ดีขึ้น วางแผนให้รอบคอบขึ้น แบบนี้ใช้ได้และดูเป็นมืออาชีพมาก ๆ


































































