Disciples, don't miss these five brands.
1.Marukyu Koyamaen
"Balance mellow all dimensions. ☁️
Silky, tender, not too strong in taste, with both umami and mildly sweet mixes that fit together.
The hot brew is sleepwalking, and the latte is still a premier tone. "
2. Ippodo
"Taste is easy to reach, friendly to everyone. 🌱
The tone is tender. A little sweet on the tip of the tongue. Not too heavy.
Available from light, casual to deep dark, full umami. "
3. Kanbayashi Shunsho
"Dark strings must be in love. 🍃
Tone is strong, with a classic layer.
Drinking usucha will touch the depth and taste, but if it's a latte, the intensity will be more prominent and aligned. "
4.Hoshino Seichaen
"Bean tone is clear. Smoke is clear. 🍂
Keep it warm, deep and sweet.
Drinking usucha smells a light smell of smoke, but if it's a latte, the roasted bean tone becomes even clearer until it's unique. "
5.Horii Shichimeien
"Tone, soft, tongue. 🌿
The sweet taste is gently attached to the tip of the tongue, coated in the mouth well.
There is no bitterness, easy to drink - it is delicious to brew usucha, or the latte is still sweet and tender. "
ถ้าเสิร์ชคำว่า “มัจฉะ” แล้วลังเลว่าจะเริ่มจากแบรนด์ไหนดี เรามีทริคเลือก “มัทฉะให้เข้าปาก” แบบง่าย ๆ จากประสบการณ์ชงเองที่บ้าน (ทั้งชงร้อนและทำมัทฉะลาเต้) มาฝากค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วมัทฉะไม่ได้มีแค่ “ขม/ไม่ขม” แต่จะมีโทนกลิ่นและสัมผัสที่ต่างกันมาก 1) เลือกมัทฉะจาก “สไตล์ที่อยากดื่ม” ก่อน - ถ้าจะดื่มแบบชงร้อน (แนว usucha) แนะนำให้มองหามัทฉะที่โทนละมุน เนียน และอูมามิชัด จะดื่มเพลิน ไม่โดดขมง่าย - ถ้าจะทำมัทฉะลาเต้ ให้เลือกตัวที่ “คาแรกเตอร์ชัด” หน่อย เช่น โทนเข้ม โทนถั่ว/คั่ว หรือกลิ่นสโมค เพราะพอเจอนมแล้วรสจะไม่หาย (ตัวแนวบาลานซ์ก็ทำลาเต้อร่อย แต่จะออกนุ่ม ๆ) 2) ทำความเข้าใจคำฮิต: อูมามิ/ถั่ว/สโมค/ละมุน - อูมามิ: ความกลมกล่อมลึก ๆ คล้ายสาหร่ายอ่อน ๆ ทำให้รส “นัว” ไม่แบน - โทนถั่ว/คั่ว: ให้ความอบอุ่น เหมาะทำลาเต้มาก เพราะเข้ากับนม - สโมค: กลิ่นควันบาง ๆ ทำให้คาแรกเตอร์มีเอกลักษณ์ (บางคนชอบมาก บางคนอาจต้องลองก่อน) - ละมุน/นุ่มลิ้น: ดื่มง่าย เหมาะเป็นตัวแรก ๆ สำหรับมือใหม่ 3) วิธีชงมัทฉะร้อนแบบง่าย (ไม่ต้องพิธีเยอะ) - ร่อนผงมัทฉะ 1–2 ช้อนชา (ช่วยให้เนียน ไม่เป็นเม็ด) - เติมน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 70–80°C ทีละน้อย (น้ำเดือดมักทำให้ขมและกลิ่นหาย) - ตีให้เกิดฟองละเอียด ถ้าไม่มีแปรงตี (chasen) ใช้ที่ตีฟองนมหรือเชคในขวดก็พอช่วยได้ 4) สูตรมัทฉะลาเต้ที่ทำแล้วรสชัดขึ้น - ละลายมัทฉะด้วยน้ำอุ่น “นิดเดียว” ให้เข้มก่อน แล้วค่อยเติมนม - ถ้าชอบหวาน ให้ใช้น้ำเชื่อม/น้ำผึ้งเล็กน้อย จะดึงกลิ่นมัทฉะให้เด่นขึ้น (แต่อย่าเยอะจนกลบ) - ลาเต้เย็น: ใส่น้ำแข็งทีหลังสุด และใช้นมเย็นจัด รสจะไม่จืดเร็ว 5) เก็บรักษามัทฉะให้หอมเหมือนวันแรก มัทฉะไวต่ออากาศ แสง และความชื้นมาก เปิดกระปุก/ถุงแล้วพยายามปิดแน่น เก็บในที่แห้งและเย็น (หลายคนเก็บตู้เย็นได้ แต่ต้องกันชื้นและกลิ่นอาหารให้ดี) และตักด้วยช้อนแห้งเสมอ สุดท้าย ถ้าชอบแนวบาลานซ์พรีเมียมให้เริ่มจากสายละมุน ๆ แต่ถ้าตั้งใจทำมัทฉะลาเต้บ่อย ๆ เลือกตัวโทนเข้มหรือโทนถั่ว/สโมคจะสนุกกว่า ลองไล่ชิมทีละแบรนด์ แล้วจะรู้เลยว่า “มัทฉะที่ใช่” ของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ





