Automatically translated.View original post

Salary 15k - 25k. How to divide the "happiness" budget? 💖✨

Stop saving until stress! This year 2026, let's try the financial therapy formula 50: 30: 10: 10 📝 💸

Many look forward to collecting money to forget to "reward themselves," resulting in shopping cracks at the end of the month...Let's change it to 10% of the Happiness Budget?

📊 This post summarizes the top (scroll through the picture!)

• Salary of 15,000 👉 self-paid budget 1,500.-

• Salary of 20,000 👉 self-paid budget 2,00.-

• 25,000 👉 salary, 2,500.-

📝 Tips: This part of the budget is for buffeting, paying for Netflix, buying skin care, or "no guilt" favorite coffee because we've already secured 30% of our savings! 🧘‍♂️

Anyone who tries to make life better or what kind of money is shared! 👇🗣

# Finance # Financial planning # Smart use money # Lemon 8 Tips # Salary man# FinancialWellness # Saving money

3/17 Edited to

... Read moreในช่วงที่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สูงขึ้นและสภาพเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน การบริหารเงินอย่างชาญฉลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ระหว่าง 15,000 ถึง 25,000 บาท หนึ่งในแนวทางที่ช่วยให้เราสามารถดูแลตัวเองและออมเงินได้อย่างสมดุลคือการแบ่งเงินมาเป็นงบความสุขประมาณ 10% ของรายได้ หรือที่เรียกว่า Happiness Budget เพื่อไม่ให้รู้สึกผิดเมื่อลงทุนกับตัวเอง ประสบการณ์ส่วนตัวที่ใช้หลักการนี้พบว่าการกำหนดงบความสุขไว้อย่างชัดเจน เช่น กินบุฟเฟต์อร่อย ๆ ซักมื้อ หรือจ่ายค่าคาเฟ่โปรดบ้าง ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ไม่รู้สึกเครียดกับการเก็บเงินเกินไป และลดการตบะแตกซื้อของพะรุงพะรังโดยใช้อารมณ์จนทำให้การเงินเสียสมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตั้งงบไว้แล้วก็จะรู้สึกปลอดภัย ไม่กังวลว่าการใช้จ่ายเหล่านี้จะทำลายแผนเก็บเงินที่วางไว้ สำหรับคนที่เงินเดือน 15,000 บาท แนะนำให้แบ่งงบความสุขอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท อาจจะใช้เงินส่วนนี้สำหรับบุฟเฟต์คุณภาพ แก้วกาแฟโปรด หรือค่าสมัครสมาชิก Netflix/อ่านนิยายออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้ความสุขเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่ได้อย่างมาก ส่วนคนที่เงินเดือน 20,000-25,000 บาท งบความสุขก็สามารถเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน เช่น การลงทุนซื้อสกินแคร์ที่ดีที่ช่วยสร้างความมั่นใจ หรือการนวดสปาเพื่อดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและความผ่อนคลายได้มากขึ้น ที่สำคัญคือ อย่าลืมจัดสรรเงินออมและเงินสำคัญอื่น ๆ อย่างน้อย 30% ของรายได้ไว้ก่อน เพื่อให้เป้าหมายทางการเงินมั่นคง และงบความสุข 10% นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้รู้สึกดี มีแรงทำงานและใช้ชีวิตอย่างสมดุลโดยไม่รู้สึกผิดใจ ทั้งนี้การวางแผนการใช้เงินในลักษณะนี้คือการทำ "Financial Wellness" หรือการเงินบำบัดที่ช่วยให้เรามีสุขภาพจิตและชีวิตการเงินที่ดีไปพร้อมกัน อย่าลืมลองแชร์ประสบการณ์ของคุณกับการแบ่งงบความสุขนี้เพื่อช่วยสร้างกำลังใจให้กับเพื่อนมนุษย์เงินเดือนท่านอื่น ๆ ในชุมชนด้วยนะครับ/ค่ะ