วันนี้เก็บมาฝาก 4 สายพันธุ์ค่า🌹🍀
ข้อมูลอ้างอิงเมแปะให้ด้านล่างนะคะ
เผื่อใครถามหาค่า😘
.
ดอกไม้กินได้ ชนิดแรก🌹
ที่ทำให้เมทำช่อง #คนคลั่งรักกุหลาบ 🤣
ไปไม่รอด!! แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้น
การทำคอนเทนต์ของเมเลย🥰รักสุดๆ
หลายคนค้นหา “กุหลาบกิน” แล้วกังวลเหมือนกันว่ากุหลาบทั่วไปกินได้ไหม บอกตามประสบการณ์เลยว่า “กินได้เฉพาะกุหลาบกินได้/ปลูกเพื่อการบริโภค” และต้องมั่นใจว่าไม่โดนสารเคมีค่ะ เพราะกุหลาบตัดดอกตามร้านส่วนใหญ่มีการพ่นยาและเคลือบผิวเพื่อความสวยงาม ไม่เหมาะเอามาทำอาหาร ถ้าอยากเริ่มลองกุหลาบกินได้แบบง่ายๆ 4 สายพันธุ์ที่หยิบมาแชร์ (กุหลาบมอญ, บิชอปส์คาสเซิล, ฮันติงตันโรส, อีฟลิน) เป็นกลุ่มที่กลิ่นหอมเด่นและเอาไปต่อยอดได้หลากหลาย โดยส่วนที่นิยมกินจริงๆ คือ “กลีบดอก” (และบางเมนูใช้ทั้งดอกอ่อน) เวลาเก็บแนะนำเก็บช่วงเช้า หลังน้ำค้างแห้งนิดๆ กลิ่นจะชัด กลีบไม่ช้ำง่าย วิธีเตรียมก่อนกินที่ทำแล้วเวิร์ก: 1) ล้างผ่านน้ำไหลเบาๆ แล้วแช่น้ำเย็นสั้นๆ เพื่อให้เศษฝุ่น/แมลงหลุด (ไม่แช่นาน กลิ่นจะจาง) 2) เด็ด “โคนกลีบสีขาว” ออกนิดหนึ่ง เพราะมักขมนิดๆ 3) ซับให้แห้งก่อนนำไปทำเมนู จะช่วยให้กลิ่นอยู่และไม่ทำให้ของหวานเละ ไอเดียเมนูสำหรับคนเริ่มต้น (ใช้คำว่า “กุหลาบกินได้” ไว้จำง่าย): - ชากุหลาบ/ชากลีบกุหลาบ: ใช้กลีบสดหรืออบแห้ง เติมน้ำร้อน กลิ่นจะออกหวานๆ หอมละมุน - น้ำเชื่อมกุหลาบ (Rose syrup): เคี่ยวกลีบกับน้ำตาลและน้ำเล็กน้อย แล้วกรอง เอาไปราดโซดา/กาแฟ/นมได้ - แยมกุหลาบ: เหมาะกับสายพันธุ์ที่กลิ่นชัดอย่างกุหลาบมอญ หรือสายอังกฤษอย่างอีฟลิน - โรยหน้าขนม: กลีบสดแต่งหน้าเค้ก พานาคอตต้า หรือโยเกิร์ต เพิ่มกลิ่นหอมแบบธรรมชาติ ทิปส์ปลูกให้ “กินได้อย่างสบายใจ”: - เน้นปลูกแบบอินทรีย์หรืออย่างน้อยหลีกเลี่ยงสารกำจัดแมลง/เชื้อราแรงๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนเก็บดอก - ถ้าต้องฉีดพ่นจริงๆ ให้เว้นระยะเก็บเกี่ยวตามฉลาก และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุใช้กับพืชกินได้ - ปลูกในที่แดดดี ลมโกรก จะช่วยลดเชื้อรา ทำให้เราพึ่งสารเคมีน้อยลง สรุปคือ ถ้าตั้งใจจะ “กุหลาบกิน” ให้เลือกพันธุ์ที่ปลูกเพื่อบริโภคและดูแลแบบสะอาดตั้งแต่ต้นทาง พอทำถูกขั้นตอน กลิ่นกุหลาบจะยกระดับทั้งเครื่องดื่มและของหวานได้แบบชัดเจนเลยค่ะ


