(มีนาคม - พฤษภาคม)
🌶1.ผักสวนครัว: พริก, มะเขือเทศ,
กะเพรา, ตะไคร้
🥬2.ผักกินใบ: ผักบุ้ง, ผักกาดขาว,
ผักกาดดอก, ผักโขม
🫛2.ผักตระกูลถั่ว: ถั่วฝักยาว, ถั่วพู
ผักตระกูลแตง: แตงกวา, บวบ,
ฟักทอง, มะระ
.
1.การจัดการแสงแดด
ใช้สแลนพรางแสง
2.การให้น้ำ ให้ความสำคัญ
กับการให้น้ำอย่างสม่ ำเสมอ
3.การคลุมดิน ช่วยรักษาความชื้นในดิน
3.การเลือกเมล็ดพันธุ์
เลือกพันธุ์ที่ทนร้อน
.
ผักเมืองหนาว: ไม่เหมาะกับ
สภาพอากาศร้อน
การใส่ปุ๋ย ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
ในช่วงที่มีแดดจัด
#หมายเหตุ : หากปลูกในกระถาง
ควรหมั่นตรวจเช็คความชื้น
ของดินอยู่เสมอ
#บันทึกรักของเมชญา #ดอกไม้กินได้
จากประสบการณ์การปลูกผักหน้าร้อนเอง ผมอยากแชร์เพิ่มเติมว่า การจัดการแสงแดดและน้ำ ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการปลูกผักในช่วงนี้ เพราะอากาศร้อนจัดอาจทำให้พืชเหี่ยวเฉาได้ง่าย นอกจากการใช้สแลนพรางแสงเพื่อช่วยลดความแรงของแดดแล้ว การให้น้ำควรทำเป็นประจำในช่วงเช้าหรือเย็น เพื่อให้ผักดูดซึมน้ำได้เต็มที่และลดการระเหยของน้ำไปกับอากาศ แนะนำว่าไม่ควรรดน้ำในช่วงกลางวันที่แดดจัดเพราะจะทำให้ดินชื้นเกินไปและอาจเกิดโรครากเน่าได้ อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือการคลุมดิน ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาความชื้นในดินแล้ว ยังช่วยลดการเจริญเติบโตของวัชพืชที่จะแย่งสารอาหารจากผักของเราได้ การเลือกใช้ฟางข้าวหรือใบไม้แห้งมาคลุมช่วยได้ดีมาก สำหรับเมล็ดพันธุ์ ควรเลือกสายพันธุ์ที่ทนต่อความร้อนสูง เช่น พริกสายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อว่าทนร้อน หรือผักกินใบที่ขึ้นชื่อว่าชอบอากาศอบอุ่น เช่น ผักบุ้งและผักโขม นอกจากนี้ หากปลูกในกระถาง ต้องหมั่นตรวจสอบความชื้นของดินบ่อยๆ เพราะกระถางมีปริมาณดินน้อยทำให้ดินแห้งเร็วกว่าแปลงปลูก สุดท้ายนี้ ให้หลีกเลี่ยงการปลูกผักเมืองหนาวในช่วงนี้ เช่น กะหล่ำปลีหรือผักกาดแก้ว เพราะอากาศร้อนสูงอาจทำให้ผักเหล่านี้ไม่เติบโตดีหรือเกิดโรคได้ง่าย การดูแลด้วยความใส่ใจและปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศจะช่วยให้เรามีผักสดปลอดภัยกินตลอดหน้าร้อนได้อย่างแน่นอน


ขอบคุณคะ