8 ข้อควรรู้ก่อน "ออกจากงาน"มาทำ #ดอกไม้กินได้ 🩷🌷💚

4/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเริ่มจากการถามว่า “ดอกไม้อะไรกินได้” เพราะอยากเอาไปแต่งเค้ก ทำสลัด หรือทำเครื่องดื่มให้ดูน่ารักขึ้น เราเองก็เริ่มจากคำถามนี้เหมือนกัน ก่อนจะจริงจังจนกลายเป็นงานดอกไม้กินได้ เลยอยากแชร์แนวทางแบบใช้งานได้จริงสำหรับมือใหม่ค่ะ ดอกไม้กินได้ที่พบได้บ่อย (และคนนิยมใช้) - แพนซี/วิโอลา: สีสวย กลิ่นอ่อน ๆ เหมาะกับเค้กและคุกกี้ - ดาวเรือง: กลีบสีเหลืองส้ม ใช้โรยสลัดหรือข้าวได้ (เลือกแหล่งปลูกปลอดสาร) - กุหลาบ: นิยมใช้เฉพาะกลีบ ทำแยม/น้ำเชื่อมหอม ๆ - อัญชัน: ชงน้ำ/ทำสีธรรมชาติในขนม (ถ้าจะกินเป็นดอกควรล้างให้สะอาด) - เก๊กฮวย: ทำเครื่องดื่มเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว - ลาเวนเดอร์/โรสแมรี่ (ดอก): ใช้แต่งขนม กลิ่นค่อนข้างแรง ใช้นิดเดียวพอ ข้อสำคัญ: “กินได้” ต้องมาจากแหล่งที่ปลูกเพื่อการบริโภคจริง ๆ หลายคนเข้าใจผิดว่าเห็นดอกสวยตามร้านดอกไม้แล้วเอามากินได้เลย ซึ่งเสี่ยงมาก เพราะดอกไม้ประดับมักมีสารกำจัดแมลง/สารกันรา หรือสเปรย์เคลือบเงาเพื่อให้สวยทน ดังนั้นถ้าจะทำดอกไม้กินได้ แนะนำให้หาแหล่งปลูกที่ระบุชัดว่าเป็น edible flower หรือปลูกแบบปลอดภัยสำหรับบริโภค และถามเรื่องการใช้สารเคมีให้แน่ใจ ทริคเลือกดอกไม้กินได้ให้ปลอดภัยขึ้น 1) เลือกดอกจากฟาร์มหรือผู้ปลูกที่ทำเพื่อกินโดยเฉพาะ (มีมาตรฐาน/มีรอบการปลูกชัดเจน) 2) เลือกดอกที่ “รู้จักแน่” อย่าเดาจากหน้าตา เพราะบางชนิดคล้ายกันแต่กินไม่ได้ 3) หลีกเลี่ยงดอกไม้ที่มีกลิ่นฉุนผิดปกติ หรือมียาฉีด/คราบผงติดกลีบ 4) ล้างเบา ๆ ในน้ำเย็น แล้วซับให้แห้งก่อนใช้ เพื่อลดช้ำและยืดอายุ การใช้งานในครัวแบบคนทำจริง - แต่งเค้ก: วางตอนเค้กเย็นแล้ว และเลี่ยงโดนไอน้ำ/ความชื้นมาก ดอกจะเหี่ยวเร็ว - เครื่องดื่ม: ใช้ดอกที่ไม่ขม และกลิ่นไม่แรงเกิน (แพนซี/อัญชันจะเวิร์ก) - สลัด: เด็ดเฉพาะกลีบของบางชนิด เช่น กุหลาบ จะกินง่ายกว่า ข้อควรระวังที่อยากให้รู้ก่อนเริ่มจริงจัง ถ้าใครมีภูมิแพ้เกสรดอกไม้ หรือแพ้อาหารง่าย แนะนำลองปริมาณน้อยก่อน และหลีกเลี่ยงการใช้ดอกที่มีเกสรเยอะในเมนูที่ต้องกินปริมาณมาก ๆ สรุปคือคำถาม “ดอกไม้อะไรกินได้” ตอบได้ แต่ต้องพ่วงคำว่า “ปลูกเพื่อกินและปลอดสาร” เสมอค่ะ ถ้าคุณกำลังคิดจะทำเป็นอาชีพเหมือนเรา การเริ่มจากความปลอดภัยและแหล่งวัตถุดิบที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้ไปต่อได้ยาว ๆ และลูกค้ากล้ากินอย่างสบายใจ