เปรียบเทียบ Travel card ฉบับใช้เอง✨💖

จากทริปญี่ปุ่นที่ผ่านมาก็ได้ลองเอา Travel card ไปใช้ ทั้งสองใบใช้สะดวกมากก ส่วนใหญ่แตะจ่ายได้เลยย

✨ทั้งสองบัตรส่วนตัวคิดว่าใช้ง่ายมากแทบไม่เจอปัญหาที่จะใช้ไม่ได้เลย ธนาคารไม่มีล่ม คือเริ่ดดดดด

⭐️สิ่งที่เหมือนกัน

-ใช้แตะจ่ายค่าช็อปปิ้งตามห้าง ร้านสะดวกซื้อ ที่รับบัตรได้หมดเลย

-แตะขึ้นรถบัสได้โดยไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋ว

-จ่ายค่าอาหาร ขนม ของกินได้หมด (ถ้ารับบัตร)

-แลกเงินด้วยเรทล่วงหน้าไว้ในบัตรได้

-ไม่เสียค่าธรรมเนียมใช้จ่ายต่างประเทศ 2.5%

KTB Travel card (Premium) -> ใช้เป็นบัตรหลัก

✅ข้อดี

-ไม่ต้องเติมเงินก่อนใช้ แค่มีเงินในบัญชีก็ใช้ได้ (แต่ถ้าแลกล่วงหน้าจะได้เรทดีกว่า)

-ถ้ามีเงินเยน/สกุลอื่นๆ ในบัตรไม่พอแค่มีเงินในบัญชีที่เป็นเงินบาท บัตรก็สามารถดึงเงินมาจ่ายโดยใช้เรทตอนนั้นได้เลย (ชอบฟังก์ชันนี้มาก⭐️⭐️⭐️⭐️)

-เรทดีมากกกกกกก⭐️⭐️⭐️⭐️

-ได้ Cashback

-แลกเงินได้กว่า 20 สกุลเงิน (แลกเงินไว้ล่วงหน้าได้ดอกเบี้ย 2.5%/ ปี เฉพาะบางสกุล)

-กดเงินที่ตู้ ATM ต่างประเทศได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

❌ข้อเสีย

-ใช้แตะขึ้นรถไฟไม่ได้ แต่ขึ้นรถบัสได้ปกติ

BBL Travel card

✅ข้อดี

-ใช้ขึ้นรถสาธารณะได้ รถบัส รถไฟ แตะจ่ายได้ปกติ

-แตะจ่ายง่าย สะดวก

-ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

-แลกได้ 11 สกุลเงิน

❌ข้อเสีย

-ต้องเติมเงินเข้าไปในบัตรทุกครั้งก่อนใช้

ปล. ของ KTB เราเลือกสมัครแบบ Premium ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์เยอะกว่า Platinum แต่จะมีค่าธรรมเนียม ถ้าใครอยากลองใช้ แนะนำให้สมัคร KTB Travel card Platinum เพราะตอนนี้เขาฟรีค่าธรรมเนียมแลกเข้าและรายปีอยู่ สิทธิประโยขน์ได้แทบจะเหมือนกันหมดเลย

เพื่อนๆ คนไหนกำลังลังเลอยู่อยากให้โพสต์นี้เป็นประโยชน์และช่วยให้ตัดสินใจได้นะคะ💖

#บัตรtravel #รีวิวบัตรtravelcard #ตะลุยกินเที่ยว #Lemon8Club #คลับท่องเที่ยว

ญี่ปุ่น
5/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์จริงในการใช้ Travel Card ทั้ง KTB Premium และ BBL ในทริปเที่ยวญี่ปุ่นที่ผ่านมา บอกเลยว่าทั้งสองบัตรตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางที่ต้องการความสะดวกในการจ่ายเงินต่างประเทศและการเดินทางในญี่ปุ่นได้ดีมากๆ สิ่งที่ชอบมากสำหรับ KTB Travel Card (Premium) คือระบบที่ไม่ต้องเติมเงินล่วงหน้า ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมเติมเงินก่อนใช้ อีกทั้งฟังก์ชันการตัดเงินจากบัญชีหลักและใช้เรท ณ เวลานั้น ทำให้ได้ราคาที่ดีและสะดวกสุดๆ รวมถึงการที่สามารถแลกเงินกว่า 20 สกุลเงิน ช่วยให้เตรียมตัวทริปได้ง่าย ส่วนข้อด้อยที่ใช้บัตรนี้ไม่สามารถแตะขึ้นรถไฟฟ้าได้ อาจเป็นข้อจำกัดสำหรับคนที่เน้นเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น แต่ยังสามารถใช้รถบัสแตะจ่ายได้ตามปกติ ส่วน BBL Travel Card ถือว่าดีมากสำหรับคนที่เน้นใช้เดินทางสาธารณะในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้แตะขึ้นรถไฟและรถบัสได้เลย ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และบัตรนี้เหมาะกับคนที่ชอบเติมเงินเองมากกว่า ถึงจะต้องเติมเงินก่อนใช้แต่ก็แลกเงินได้ใน 11 สกุลเงินหลัก ที่ตรงกับการใช้งานทั่วไป tips สำหรับการเลือกใช้บัตร Travel Card คือ หากต้องการความยืดหยุ่นและไม่ต้องการเติมเงินล่วงหน้า ควรเลือก KTB Travel Card Premium แต่ถ้าต้องการความครอบคลุมการใช้งานระบบขนส่งสาธารณะในญี่ปุ่น BBL Travel Card ตอบโจทย์กว่า นอกจากนี้ก่อนใช้งานจริง อย่าลืมเช็กโปรโมชั่นค่าธรรมเนียมการแลกเงินและรายปีของแต่ละบัตร เพราะในบางช่วง KTB Travel Card Platinum อาจมีโปรโมชันยกเว้นค่าธรรมเนียมทำให้ได้สิทธิประโยชน์เกือบเทียบเท่า Premium แต่ได้ความคุ้มค่ามากขึ้น สุดท้ายคือควรตั้งระบบแจ้งเตือนและตรวจสอบยอดเงินก่อนการเดินทาง เพื่อป้องกันปัญหาการใช้บัตรล้ม รายงานหรือแจ้งธนาคารทันทีหากเจอปัญหาใดๆ ช่วยให้ทริปเที่ยวของคุณราบรื่นและสนุกมากขึ้นจริงๆค่ะ

5 ความคิดเห็น

รูปภาพของ เมย์ที่ชื่อเมธาวีย์
เมย์ที่ชื่อเมธาวีย์

สะดวกมากค่ะ👍

รูปภาพของ char’s diary
char’s diary

👍👍👍✨

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม