คนที่แพ้...ต้องไม่ใช่กู #toxic no.1

จากใบแพลนงาน

-ช่องแรกคือยอดโอนค่าเที่ยว

-ช่องสองคือน้ำมันที่เราใช้ต่อเที่ยว

-ช่องสามคือยอดส่วนต่างที่เหลือจากเที่ยววิ่งงานของเรา

(ส่วนนี้ยังไม่รวมเงินหักเก็บของ พขร.แต่ละเที่ยวเพื่อแบ่งออกเป็นวีค)

แพลนยาจก=คืองานระยะใกล้ประมาณ70-179กม(ใครจะไปอยากได้บ่อยๆ)

แพลนชนชั้นกลาง=คืองานระยะประมาณ180-400กม(วิ่งเก๋ๆพอได้กินก้อยต้มขมแซ่บๆ)

แพลนงานมหารานี=คืองานโซนทำเงิน แหล่งเศรฐกิจ และงานไกล500กม++(บางที่)(เหลือแน่ เหลือแน่ๆ เหลือๆแน่ๆ)

[[ทุกเที่ยววิ่ง พขร.ชั้นคุมน้ำมัน และคุมตีนตัวเอง]]

และตอนนี้ ชั้นเครียดมากกับงานตอนนี้ เพราะชั้นวิ่งงานยาจกมา1อาทิตย์ 🤣

แต่มันเป็น1อาทิตย์ที่นั่งคิดทบทวนว่า ควรอยู่ต่อมั้ย ควรทำยังไงต่อ มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไงบ่อยๆ และทำไม 'มันเกิดแต่กับกู' 😌

แต่มองย้อนไป..ปัญหาแค่นี้มันทำไรกูไม่ได้หรอก กูพยายามของกูมาขนาดนี้. จะมาบ้าอำนาจในออฟฟิศเล็กๆรังหมาของตัวเองทำให้คนอื่นลำบาคไปด้วยหรอ อีบ้า มึงคิดว่ากูจะท้อง่ายๆหรอ ใช่กูท้อไปแล้ว 🤣 แต่กูไม่ถอยหรอกมึงจ่ายมานะงานอ้ะ กูวิ่งได้หมด เดี๋ยวกูก็จะโทรไปด่าจนกว่ามึงจะแบนกูเองนั้นแหระ 55555555555 อิอิ เพราะบางทีความเงียบมันก็ไม่ใช่ทางออก. ตะคอกใส่ปัญหาบาง ถึงมันจะไม่ดีขึ้น แต่รับรอง ได้พูดแน่ๆ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..มีแค่100มองคนมี1000ก็คงมีน้อยไปตลอด เหนื่อยแย่เลยคิดส้ะว่า วันนี้ยังไม่ใช่วันของเรา...ถึงวันของของกูเมื่อไหร่...กูเก็บหมด

ไปทำงานต่อค่ะ...ชีวิตขับเคลื่อนด้วยเงิน ลูกยังเล็ก รถยังผ่อน บ้านยังผ่อน หนี้ยังท่วมหัว ล้อไม่หมุน...ทุนไม่มี เว้าแล้วกะปายย🫠🫠

2/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์วิ่งงานขนส่งลักษณะนี้ ผมขอแชร์เรื่องราวที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับความเหน็ดเหนื่อยในสายงานเดียวกันครับ งานวิ่งงานยาจกที่ระยะทางประมาณ 70-179 กิโลเมตรนั้น ต้องเจอกับความท้าทายในเรื่องความถี่ของเที่ยววิ่งที่มีมากกว่างานระยะไกล ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับรู้สึกเหนื่อยและมีแรงกดดัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสได้รายได้แบบต่อเนื่องมากขึ้น ทำให้ต้องจัดการพลังงานและสภาพจิตใจอย่างดี ผมเข้าใจดีว่าการคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่นค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษารถยนต์เป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งในบทความนี้ก็ได้กล่าวถึงช่องทางการควบคุมต่างๆ ไว้อย่างละเอียด การบริหารจัดการส่วนต่างรอดิบรอดีจะช่วยเพิ่มผลกำไรให้มากขึ้นในแต่ละเที่ยวงาน แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการบริหารความเครียดและทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้ แม้จะพบเจออุปสรรคหรือปัญหาในออฟฟิศเล็กๆ หรือกับบุคคลรอบข้างที่อาจทำให้รู้สึกท้อแท้ก็ตาม การมีแนวคิดบวกและความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้จะช่วยให้เราเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง การแบ่งแยกงานตามแพลน เช่น งานชนชั้นกลาง หรือแพลนงานมหารานีก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ขับรถสามารถวางแผนการทำงานและการพักผ่อนได้ดีขึ้น ตลอดจนเตรียมใจรับมือกับความเหนื่อยล้าที่อาจเกิดขึ้น ท้ายที่สุด ผมอยากจะบอกว่า การมีเป้าหมายอย่างชัดเจน เช่น มีครอบครัว ต้องผ่อนรถ-บ้าน และหนี้สินมากมาย เป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ช่วยให้เราไม่ล้มเลิกในยามท้อแท้ ใครที่ทำงานในสายนี้และพบเจอความลำบาก ขอให้จำไว้ว่าวันของเรายังมาไม่สาย และความพยายามจะนำมาซึ่งผลสำเร็จในอนาคตครับ สู้ๆ ไปด้วยกันนะครับทุกคน!