วิ่งแบบใด?

101 True Digital Park
2025/9/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าถามว่า “เดินสลับวิ่งดีไหม” สำหรับเรา…ดีมาก โดยเฉพาะคนที่ยังวิ่งต่อเนื่องไม่ได้ หรือเพิ่งกลับมาออกกำลังหลังพักไปนาน เพราะมันช่วยให้ร่างกายปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องฝืนจนหมดแรงตั้งแต่ 5 นาทีแรก และที่สำคัญคือช่วยลดโอกาสเจ็บเข่า/หน้าแข้ง/น่องได้ด้วย ทำไมเดินสลับวิ่งถึงเวิร์ก - คุมความเหนื่อยได้: เดินคือช่วงพักแบบแอคทีฟ ทำให้หัวใจไม่พุ่งจนเกินไป - สะสมเวลาออกกำลังได้เยอะขึ้น: แทนที่จะวิ่งได้แค่ 10 นาทีแล้วหยุด เราอาจทำได้ 30–40 นาทีแบบสลับเดิน - เหมาะกับลดน้ำหนัก/เพิ่มความฟิต: เพราะทำได้นานและสม่ำเสมอ เดินสลับวิ่ง “แบบไหน” ถึงเหมาะ (หลักที่เราใช้) 1) เริ่มจากสัดส่วน “เดินมากกว่าวิ่ง” ก่อน เช่น 2:1 หรือ 3:1 2) วิ่งให้ช้าแบบคุยได้ (ไม่ใช่วิ่งสุด) ถ้าพูดเป็นประโยคไม่ได้ แปลว่าเร็วไป 3) โฟกัส “เวลารวม” มากกว่าความเร็ว เช่น 25–35 นาทีต่อครั้ง ตัวอย่างตารางเดินสลับวิ่งสำหรับมือใหม่ (ทำ 3 วัน/สัปดาห์) สัปดาห์ 1: วอร์มเดิน 5 นาที → วิ่ง 1 นาที + เดิน 2 นาที ทำซ้ำ 8 รอบ → คูลดาวน์เดิน 5 นาที สัปดาห์ 2: วิ่ง 1 นาที + เดิน 1 นาที ทำซ้ำ 10 รอบ สัปดาห์ 3: วิ่ง 2 นาที + เดิน 1 นาที ทำซ้ำ 8 รอบ สัปดาห์ 4: วิ่ง 3 นาที + เดิน 1 นาที ทำซ้ำ 7 รอบ จากนั้นค่อยๆ เพิ่มเวลาวิ่งทีละนิด ลดเวลาเดินลง (อย่าเพิ่มรวดเดียว) เทคนิคเล็กๆ ที่ช่วยให้ทำได้จริง - วอร์มอัพก่อนทุกครั้ง: เดินเร็ว/แกว่งแขน 5–10 นาที ช่วยให้ข้อต่อพร้อม - อย่าก้าวยาวเกิน: ก้าวสั้นลงนิด ตัวจะเด้งน้อย ลดแรงกระแทก - เลือกรองเท้าวิ่งที่พอดี: ไม่กัด ไม่หลวม ลดเสี่ยงพอง/เจ็บฝ่าเท้า - เลือกเส้นทาง/ลู่ที่พื้นไม่แข็งมาก: ถ้าได้วิ่งบนลู่หรือพื้นยางจะสบายกว่า ต้องระวังอะไรบ้าง - ถ้าเจ็บแปลบเฉพาะจุด (เข่า/หน้าแข้ง) ให้หยุดพักและลดความหนัก ไม่ดันทน - หากมีโรคประจำตัว/น้ำหนักตัวเยอะมาก แนะนำเริ่มจากเดินเร็วก่อน 2–3 สัปดาห์ แล้วค่อยสลับวิ่ง สรุปแบบคนทำจริง: เดินสลับวิ่งคือวิธีเริ่มวิ่งที่ “ปลอดภัยและไม่ท้อ” ทำให้เรากลับไปวิ่งได้สม่ำเสมอมากขึ้น ใครกำลังลังเล ลองเริ่มจากตารางง่ายๆ ข้างบน แล้วค่อยไต่ระดับนะ

ค้นหา ·
สวนวิ่ง true digital park