Automatically translated.View original post

⏳ The book concludes, "You may only have time left today."

Have you ever felt that "you haven't done anything yet?" 😱

If you feel this way, you are being tackled by the devil! 👾

Today I concluded the book "You May Only Have Today." This book will slap our minds hard to know that our time is more limited than we thought.

📌 What I learned from this book:

✅ Who is the time-consuming devil?: It is anxiety, provocation (such as social media), and procrastination that steal away our happiness time.

✅ Stop saying "hold on": Tomorrow doesn't exist. If you want to do something, do it as soon as you can.

✅ Happiness vs Contentment: Separate whether what we're doing is just "killing time" or creating "meaning" to life.

If today is the last day of your life, will you still do what you do now? Ask yourself. 🤔

I've summed up four important lessons in the picture. Scroll through! 👉

Anyone who feels that time management or life is a mess, try to read it or press Save this post to read the warning. 🔖

If you like to summarize a good book like this, please click follow me. Will definitely find another great book to summarize! ✅

#️⃣ Hashtags:# Book review # Books to read # Develop yourself # Time management# Book summary

2/24 Edited to

... Read moreในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและหน้าที่มากมาย มักมีเวลาหรือโอกาสหลายอย่างที่เราปล่อยให้ "ปีศาจกินเวลา" ฉกฉวยไปโดยไม่รู้ตัว เช่น การไถโทรศัพท์มือถือต่อเนื่องโดยไม่จำเป็น หรือความกังวลที่วนเวียนจนไม่ลงมือทำสิ่งที่สำคัญจริงๆ ผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน พอได้อ่านหนังสือ "คุณอาจมีเวลาเหลือแค่วันนี้" ทำให้ตาสว่างขึ้นว่าการรู้จักจัดลำดับความสำคัญและใช้เวลาปัจจุบันให้คุ้มค่านั้นสำคัญแค่ไหน หนังสือได้ชี้ชัดอย่างตรงไปตรงมาว่า "ไม่ควรรอถึงวันพรุ่งนี้" เพราะวันพรุ่งนี้ไม่มีใครยืนยันได้ว่าเราจะยังมีมันอยู่จริงหรือเปล่า มันทำให้ผมเปลี่ยนความคิดไปมาก จากที่เคยชอบพูดว่า "ไว้ค่อยทำ" เปลี่ยนมาเป็น "ทำเลยตอนนี้ถ้าทำได้" ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในชีวิตประจำวันและลดความเครียดไปได้เยอะ อีกหนึ่งประเด็นที่ผมประทับใจคือการแยกระหว่างความสุขและความพอใจ ที่ทำให้เรารู้ว่าการทำอะไรเพียงแค่ "ฆ่าเวลา" กับการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่นำมาซึ่งความหมายในชีวิตนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเครียดหรือเร่งรีบ แต่อยู่ที่การเลือกใช้เวลาเพื่อสร้างคุณค่าและความสุขในแบบที่ตนเองต้องการ ประสบการณ์ตรงที่ได้เรียนรู้คือ การตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ในแต่ละวันและไม่ปล่อยให้สิ่งรบกวนใจหรือ social media เข้ามาครอบงำเวลาอย่างไร้เหตุผล ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้สามารถเอาชนะปีศาจกินเวลาได้อย่างแท้จริง ลองถามตัวเองเสมอว่า "วันนี้ถ้าเป็นวันสุดท้ายของชีวิต จะยังอยากทำสิ่งนี้อยู่ไหม" วิธีนี้ช่วยเตือนสติตลอดเวลาและมีแรงจูงใจให้ลุกขึ้นทำสิ่งที่สำคัญทันที สรุปได้ว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่สอนบริหารเวลา แต่ยังช่วยสร้างมุมมองใหม่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ทำให้ผมพร้อมจะลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงและลงมือทำสิ่งที่มีความหมายจริงๆ ให้ชีวิตมีค่าขึ้นมาอย่างแท้จริง