Automatically translated.View original post

Phi Phu's skin care researcher life goes back 15 years.

4/14 Edited to

... Read moreการได้ฟังเรื่องราวประสบการณ์การเป็นนักวิจัยสกินแคร์ของพี่ฝุ่งที่ย้อนไปกว่า 15 ปีนั้น ถือเป็นแรงบันดาลใจชั้นยอดสำหรับใครที่สนใจในวงการนี้ การเริ่มต้นของพี่ฝุ่งในห้องแลปเล็กๆ ที่ Tokyo University of Technology พร้อมทั้งเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นและศึกษาลักษณะเฉพาะของสารกันแดดในรูปแบบต่างๆ คือภาพความทุ่มเทที่ให้แรงบันดาลใจอย่างมาก จากประสบการณ์ตรงของผมเอง การทำงานวิจัยในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะเน้นหนักเรื่องความละเอียดของขั้นตอนและการบันทึกข้อมูลอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับที่พี่ฝุ่งได้กล่าวถึงการจดบันทึกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในแลป มีความเป็นระบบ และต้องแก้ไขปัญหาโดยการค้นคว้าด้วยตัวเองมากกว่ารอคำแนะนำ ทำให้ได้ฝึกคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง ที่น่าสนใจคือผลงานการวิจัยพัฒนาสูตรกันแดดใหม่ที่ดัดแปลงจากสนิมเหล็ก (Fe-containing mesoporous silica) ซึ่งนอกจากจะปลอดภัยและมีประสิทธิภาพแล้ว ยังลดปัญหาเรื่องการเกิดฟิล์มขาวบนผิวหนังที่พบในสารกันแดดอนินทรีย์ทั่วไป เช่น TiO2 และ ZnO งานนี้เป็นนวัตกรรมที่น่าติดตามต่อในวงการเครื่องสำอางญี่ปุ่นและทั่วโลก นอกจากนี้ การได้รับรางวัลจากสมาคมเคมีญี่ปุ่นและการตีพิมพ์ผลงานลงวารสารวิชาการทำให้เห็นว่าการวิจัยที่ตั้งใจและความขยันหมั่นเพียรสามารถนำไปสู่ความสำเร็จระดับสากลได้จริงๆ สำหรับผู้ที่สนใจในงานวิจัยสกินแคร์ ผมขอแนะนำให้ลองรักและเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นให้ลึกซึ้ง เพราะนอกจากจะเป็นกุญแจในการเข้าถึงความรู้แล้ว ยังช่วยให้สามารถสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญในวงการนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างพี่ฝุ่งที่เคยกล่าวไว้ว่าในช่วงแรกแม้จะฟังไม่เข้าใจแต่พยายามเรียนรู้จนเข้าใจได้ในที่สุด โดยรวมแล้ว เรื่องราวของพี่ฝุ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่ดีมากสำหรับนักวิจัยและผู้ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เพราะแสดงถึงความมุ่งมั่นในงานวิจัย ความตั้งใจเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างประเทศ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคนี้ได้อย่างลงตัว