Automatically translated.View original post

I POD NANO 6A ♥️ Apple Watch ⌚️

1/22 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังเล็งหรือกำลัง “ตามหา” iPod Nano Gen 6 / iPod Nano 6th generation อยู่เหมือนกัน เราขอแชร์ทิปจากประสบการณ์คนเพิ่งได้มาครอบครอง (แบบความฝันวัยเด็กเป็นจริงมาก) เผื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น และได้เครื่องสวยๆ ไปทำคอนเทนต์สาย iPod nano aesthetic ได้เลย อย่างแรกที่ทำให้ iPod Nano 6 โดดเด่นคือ “ทรงสี่เหลี่ยมจิ๋ว + คลิปหนีบ” มันดูเหมือนต้นกำเนิด vibe ของ Apple Watch จริงๆ ยิ่งสีแดง (PRODUCT)RED ด้านหลังมีโลโก้ Apple แล้วถ่ายคู่หูฟังสีขาวคือขึ้นกล้องมาก ถ้าตั้งใจซื้อมาเพื่อความสวย/สะสม บอกเลยว่ารุ่นนี้ให้ฟีลน่ารักแบบยุค 2010 ที่ยังไม่ตาย ก่อนซื้อ แนะนำเช็กสภาพตามนี้ (สำคัญมากสำหรับเครื่องมือสอง): 1) หน้าจอ: ดูว่ามีเส้น/จุด/เหลืองไหม และทัชยังลื่นหรือเปล่า เพราะรุ่นนี้ใช้ทัชสกรีนเป็นหลัก 2) ปุ่มล็อก-เปิด/ปิด และปุ่มเสียง: กดให้ครบทุกปุ่ม บางเครื่องจะฝืดเพราะอายุเยอะ 3) แบตเตอรี่: ลองเปิดเล่นเพลงต่อเนื่องสักพัก ถ้าแบตร่วงไวมากอาจต้องเผื่อค่าซ่อม/เปลี่ยนแบต 4) พอร์ตชาร์จ 30-pin: เสียบชาร์จดูว่าแน่นไหม หลวมคือปวดหัวสุด 5) เมนูพื้นฐาน: ลองเข้า Now Playing, Music, Radio, Fitness ให้ครบ (ถ้าใช้วิทยุ FM ต้องมีหูฟังเสียบเป็นเสาอากาศ) เรื่องการใช้งานในปีนี้ ต้องบอกตรงๆ ว่า iPod Nano 6 เหมาะกับ “ฟังเพลงแบบออฟไลน์” และสะสมมากกว่า ความสนุกคือเราเลือกใส่เพลงที่ชอบเองแล้วกดเล่นในหน้า Now Playing ฟีลย้อนยุคมาก ถ้าใครชอบทำเพลย์ลิสต์เพลงยุคเก่าๆ หรืออยากมีเครื่องเล็กๆ พกไปเดินเล่น/ออกกำลังกายแบบไม่ต้องหยิบมือถือ รุ่นนี้ยังตอบโจทย์อยู่ (เมนู Fitness ก็ทำให้มันดูเป็นไอเท็มสายแอคทีฟขึ้นอีก) สาย aesthetic แนะนำถ่ายรูปมุมนี้: - โชว์หน้าจอ Home ที่มีไอคอน Now Playing/Music/Radio/Fitness พร้อมเวลา (ให้ฟีลวินเทจมาก) - เปิดหน้าจอ Now Playing ให้เห็นชื่อเพลง/อัลบั้ม แล้วจับคู่กับหูฟังสีขาว - ถ่ายด้านหลังให้เห็น (PRODUCT)RED และปี 2010 คือเท่มินิมอลสุดๆ สุดท้าย ถ้าเจอเครื่องสภาพดี สีสวย หน้าจอใส อุปกรณ์ครบ ถือว่าควรค่ามากสำหรับ iPod Nano Gen 6 เพราะมันไม่ได้มีแค่ “เครื่องเล่นเพลง” แต่มันคือไอเท็มความทรงจำที่หยิบมาทีไรก็มีเรื่องเล่า และถ่ายรูปทีไรก็ดูน่ารักตลอดจริงๆ