Windows11 อัปเดตที่มีบั๊กในปี 2025 ได้ถึง 20อัปเดต

แฟนคลับ Windows 11 นับอัปเดตที่มีบั๊กในปี 2025 ได้มากถึง 20 อัปเดต

Windows 11 มักจะขึ้นชื่อเรื่องการแก้บั๊กแต่ได้บั๊กตัวใหม่จากการอัปเดตอยู่เสมอ ๆ ประเด็นนี้เรียกได้ว่าไม่เกินจริงอีกต่อไป เพราะทางเว็บไซต์เกี่ยวกับ Windows ที่มีการติดตามข่าวสาร Windows ในเชิงลึกอยู่เป็นประจำ ก็ได้มีการออกมายืนยันด้วยตนเองบนข่าวต่อไปนี้

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Windows Latest ได้กล่าวถึงบั๊กที่เกิดขึ้นจากอัปเดต KB5074109 ซึ่งเป็นอัปเดตของ Windows 11 ตัวล่าสุดที่ได้ออกมาให้ผู้ใช้งานได้อัปเดตกันในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งบั๊กดังกล่าวนั้นสามารถนำไปสู่จอดำ และอาการค้างเมื่อใช้งานบัญชี POP บน Outlook ว่าเพียงแค่เริ่มปีมาอัปเดตใหม่ก็มาพร้อมกับบั๊กใหม่เสียแล้ว แต่ก็ระบุว่า บั๊กครั้งนี้ไม่ใช่อะไรใหม่ และทำการสรุปบั๊กที่เกิดขึ้นจากการอัปเดต Windows 11 ตลอดปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) จำนวน 20 ตัว ซึ่งทางแหล่งข่าวระบุว่าความเป็นจริงนั้นมีมากมายยิ่งกว่าที่ระบุไว้ แต่ที่ระบุไว้นั้นนับว่าเป็นบั๊กที่สำคัญจนต้องกล่าวถึง ซึ่งบั๊กต่าง ๆ นั้นมีดังนี้ เนื่องจากบั๊กนั้นมีจำนวนมาก ทางเราจึงขอทำการอธิบายบั๊กที่พบอย่างสั้น ๆ

รายชื่อบั๊กต่าง ๆ ที่พบหลังการอัปเดต Windows 11 ตลอดปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568)

1.บั๊กระบบเสียง (Audio) USB DAC ทำงานล้มเหลวจากอัปเดต ในเดือนมกราคม

2.บั๊กตรวจหากล้องเว็บแคมบนระบบไม่พบ หลังติดตั้งอัปเดต KB505009

3.บั๊ก Bitlocker หยุดทำงานเอง

4.บั๊กที่ทำให้การลากวาง (Click and Drag) บน Adobe Premiere Pro Timeline ไม่สามารถทำงานได้ หลังติดตั้งอัปเดต KB5050094

5.บั๊กเคอร์เซอร์ (Cursor) หมุนไม่หยุดบน Windows 11 24H2 หลังติดตั้งอัปเดต KB5050094

6.บั๊กติดตั้งอัปเดต KB5052093 บน Windows ล้มเหลว และ เกมค้าง

7.บั๊ก Session การใช้งาน Remote Desktop ตัดการติดต่ออัตโนมัติ หลังติดตั้งอัปเดต

8.บั๊กแอป Copilot ถูกลบหลังติดตั้งอัปเดต KB5053602 บน Windows 11 23H2

9.บั๊กจอฟ้า (BSOD หรือ Blue-Screen of Death) และบูทเครื่องล้มเหลวหลังติดตั้งอัปเดต KB5053598 บน Windows 11 24H2

10.บั๊กฟีเจอร์ยืนยันตัวตน Windows Hello ทำงานล้มเหลวระดับไม่สามารถใช้งานได้หลังติดตั้งอัปเดต KB5055523

11.บั๊ก File Explorer ค้างระหว่างการใช้งานหลังจากติดตั้งอัปเดต KB5058411 ของเดือนพฤษภาคม

12.บั๊กเกมทำงานไม่เสถียร และค่า FPS ตกเมื่อเล่นบน Windows 11 24H2

13.บั๊กแจ้งเตือน Firewall ทำงานผิดพลาด (Event 2042) แต่แท้จริงแล้วตัว Firewall ยังทำงานได้ปกติ หลังติดตั้งอัปเดต KB5060829 ของเดือนมิถุนายน

14.บั๊กใช้งานฟีเจอร์ “Reset This PC” เพื่อรีเซ็ตเครื่องไม่ได้ หลังจากติดตั้งอัปเดต KB5063875 ของเดือนมิถุนายน บน Windows 11 23H2

15.บั๊กระบบตรวจสอบ DRM (Digital Right Management) บนเครื่องมือเล่นวิดีโอทำงานล้มเหลว หลังติดตั้งอัปเดต KB5065426 ของเดือนกันยายน

16.บั๊กไม่สามารถใช้งานเมาส์และคีย์บอร์ดได้เมื่อใช้งาน Windows Recover หลังติดตั้งอัปเดต KB5066835 ของเดือนตุลาคม

17.บั๊กการแสดงตัวอย่าง (Preview) บน File Explorer ถูกบล็อกจนใช้งานไม่ได้ และไม่สามารถใช้งาน Localhost ได้หลังติดตั้งอัปเดต KB5066835 ของเดือนตุลาคม

18.บั๊กไม่สามารถปิด Task Manager ได้หลังติดตั้งอัปเดต KB5067036 ของปลายเดือนตุลาคม

19.บั๊กไม่สามารถใช้งาน Dark Mode บน File Explorer ได้ และบั๊กไอคอน Password บนฟีเจอร์ Windows Hello หาย หลังจากที่ติดตั้งอัปเดต KB5070311 ของเดือนพฤศจิกายน

20.บั๊กเครื่องที่ใช้การ์ดจอ หรือชิปแสดงผล (GPU หรือ Graphic Processor Unit) ของ NVIDIA มีประสิทธิภาพการทำงานที่ย่ำแย่หลังติดตั้งอัปเดตของ Windows ทั้งของเดือนตุลาคม และ พฤศจิกายน

เรียกได้ว่าปัญหาของอัปเดต Windows 11 มีมากมายทีเดียว ทั้งแหล่งข่าวยังคาดการณ์ว่าจะมีตามมาอีกมากมายหลายตัวในปีนี้เช่นกัน ขอให้ผู้ใช้งาน Windows 11 ทำการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะได้สามารถรับมือกับบั๊กได้อย่างถูกต้องต่อไป

#windows11 #ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่ #Lemon8ฮาวทู #freedomhack

2/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประสบการณ์ส่วนตัว การใช้งาน Windows 11 พบว่าการอัปเดตแต่ละครั้งมักจะมาพร้อมกับปัญหาใหม่ๆ ที่กระทบกับการทำงานบางอย่าง เช่น บั๊กเสียง USB DAC หรือปัญหาค้างของ File Explorer ทำให้บางครั้งต้องรอการแก้ไขแพตช์จาก Microsoft หรือหาวิธี workaround ชั่วคราว ด้วยเหตุนี้ ผมจึงแนะนำผู้ใช้งาน Windows 11 ควรตั้งเวลาตรวจสอบข่าวสารจากเว็บไซต์ Windows Latest หรือช่องทางที่เชื่อถือได้ เพื่อรับรู้ถึงบั๊กใหม่ๆ และวิธีแก้ไขอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การสำรองข้อมูลก่อนอัปเดตระบบปฏิบัติการก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะบั๊กเช่นจอฟ้า (BSOD) หรือการล้มเหลวของ Windows Hello สามารถกระทบต่อการทำงานได้โดยตรง บางครั้งผมเองก็ต้องย้อนกลับไปใช้เวอร์ชันเก่าก่อนอัปเดตเนื่องจากบั๊กรุนแรงเกินไป ทำให้เกิดผลกระทบกับงานอย่างไม่คาดคิด หากคุณเป็นผู้ใช้ Windows 11 ที่ใช้เครื่องสำหรับเล่นเกมหรือทำงานกราฟิก การอัปเดตอาจทำให้การ์ดจอ NVIDIA ทำงานช้าลงโดยไม่ทราบล่วงหน้า ผมขอแนะนำให้งดอัปเดตทันทีหากเกมหรือโปรแกรมที่ใช้อยู่มีปัญหาจากบั๊กในอัปเดตก่อนหน้านี้ และติดตามเวอร์ชันแก้ไขที่ปล่อยออกมาภายหลัง ท้ายที่สุด การติดตามปัญหาบั๊กทั่วๆ ไป เช่น การใช้เมาส์และคีย์บอร์ดไม่ติดใน Windows Recovery หรือการรีเซ็ตเครื่องไม่ได้ ช่วยให้เราควบคุมการใช้งานเครื่องมือได้ดีขึ้น ไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดโดยไม่มีข้อมูลมาก่อน การแชร์ประสบการณ์และวิธีรับมือบั๊ก Windows 11 กับชุมชนผู้ใช้ จะช่วยให้ทุกคนพร้อมรับมือกับอัปเดตในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้มากทีเดียว