Windows 11 24H2 และ 25H2 ได้อัปเดตใหม่

Windows 11 24H2 และ 25H2 ได้อัปเดตใหม่ ที่มาพร้อมอีโมจิใหม่แกะกล่อง และ Taskbar ที่ทำงานคล่องกว่าเดิม

Windows 11 นั้นเรียกได้ว่าเป็น Windows ที่มีการอัปเดตค่อนข้างมาก มีการอัปเดตบ่อย บางครั้งก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ๆ และการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น แต่บางครั้งก็มาพร้อมกับบั๊ก แต่โชคดีที่การอัปเดตในครั้งนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ๆ และการปรับปรุงการทำงานที่มากมาย

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Neowin ได้มีการกล่าวถึงการปรับปรุงระบบ และการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้กับ Windows 11 24H2 และ 25H2 จากอัปเดต KB5077241 ภายใต้หมายเลขรุ่นการสร้าง (Build) ที่ 26200.7922 และ 26100.7922 ซึ่งฟีเจอร์และการปรับปรุงใหม่ ๆ มีดังนี้

อีโมจิ (Emoji) จะเป็น Emoji รุ่น 16.0 ที่มาพร้อมกับเซ็ตอีโมจิใหม่ ๆ มากมายในแต่ละหมวดหมู่หลัก ๆ ที่ผู้คนนิยมใช้งาน

ระบบการสำรองและกู้ข้อมูล (Backup & Restore) กับระบบการลงชื่อเข้าใช้และกู้ข้อมูล (Sign-in and Restore) สำหรับ Windows Backup for Organizations ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถลงชื่อใช้งานครั้งแรกผ่านทาง Microsoft Entra แล้วตัวระบบจะทำการกู้แอปพลิเคชันต่าง ๆ จาก Microsoft Store กับการตั้งค่าต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานลงไว้ในการใช้งานกับเครื่องก่อน สำหรับผู้ใช้งานแบบ Joined PC, CloudPCs, และสภาพแวดล้อมแบบผู้ใช้งานหลายคน ซึ่งสนับสนุนการใช้งานบนอุปกรณ์หลากรูปแบบ

ฟีเจอร์การกู้ระบบอย่างรวดเร็ว (Quick Machine Recovery) จะเปิดใช้งานอย่างอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้งาน Windows รุ่น Professional ที่ไม้ได้มีการใช้งานโดเมนร่วม (Joined Domain) และไม่มีการใช้งานแบบเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานแบบองค์กร (Enterprise) ซึ่งสำหรับผู้ใช้งาน 2 อย่างหลังจะต้องทำการเปิดใช้งานภายหลังเอง

ระบบ Taskbar & System Tray

ผู้ใช้งานจะสามารถใช้งานการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) ได้จากทางส่วนการตั้งค่า (Setting) Wi‑Fi หรือ Cellular Quick หรือ อาจคลิ๊กขวาปุ่มไอคอนเครือข่าย (Network) ซึ่งตัว Speed Test นั้นจะถูกเปิดขึ้นบนเว็บเบราว์เซอร์ที่ถูกตั้งเป็นค่าเบื้องต้น (Default)

ในส่วนของ Taskbar ถ้าไม่ได้มีการตั้งค่าให้รวบทุกอย่างเข้าด้วยกัน (Uncombined) เวลาเปิดแอปพลิเคชันทีละหลาย ๆ ตัว

บัญชี (Account) สำหรับการเข้าตรวจสอบตัวบัญชีไมโครซอฟท์ของผู้ใช้งาน จะสามารถเข้าได้ผ่านทาง Start Menu ซึ่งหลังจากกดใช้แล้ว จะเป็นการนำพาผู้ใช้งานไปยังหน้าเพจบัญชีใช้งาน (https://account.microsoft.com/) โดยตรง

การตั้งค่ากล้อง (Camera Settings) ผู้ใช้งานสามารถทำการแพนกล้อง และเลื่อนมุมกล้อง (Tilt) ได้ผ่านการตั้งค่าในส่วน Settings > Bluetooth & devices > Cameras ซึ่งการตั้งค่าจะอยู่ใต้หัวข้อ “Basic settings”

เครื่องมือตรวจสอบระบบแบบถูกสร้างมาภายใน (Built-in Sysmon) ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสอดส่อง ตรวจสอบอีเวนท์ (Event) ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้สามารถตรวจจับพบภัยไซเบอร์ได้ไวมากขึ้น โดยฟีเจอร์นี้จะถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น โดยผู้ที่ต้องการใช้งานจะสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

Settings > System > Optional features > More Windows features > เลือก Sysmon

ใช้งานผ่านทาง PowerShell หรือ Command Prompt ด้วยการป้อนคำสั่ง Dism /Online /Enable-Feature /FeatureName:Sysmon และเพื่อให้การติดตั้งสมบูรณ์ ให้ป้อนคำสั่งว่า run: sysmon -i ในตอนท้ายสุด

วิดเจ็ต (Widget) แอปพลิเคชันแบบวิดเจ็ตจะสามารถตั้งค่าให้แสดงผลแบบเต็มจอได้แล้ว จากเดิมจะแสดงผลได้แค่ในระดับกล่องข้อความ (Dialog) ได้เท่านั้น

หน้าจอพื้นหลัง (Desktop Background) จะรองรับการใช้รูปภาพสกุล .Webp มาตั้งค่าเป็นภาพพื้นหลังได้

การค้นหา (Search) ไอคอนของการ Search ในส่วนของ Process จะเป็นไอคอนรูปแว่นขยายอันใหม่

ส่วนผลลัพธ์แบบ Group Headers จะมีตัวเลขบอกจำนวนการค้นหาปรากฏขึ้นมาให้เห็น

ผู้ใช้งานจะสามารถดูตัวอย่าง (Preview) ของผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาได้แล้ว

การตั้งค่าแหล่งเก็บข้อมูล (Storage Settings) จะมีกล่องข้อความ (Dialog) ที่ดูทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งการสแกนไฟล์ชั่วคราว (Temporary Files) ก็สามารถทำงานได้คล่องตัวขึ้น

การตั้งค่าอัปเดตในส่วนของ Windows Update Settings จะมีการตอบสนอง (Responsiveness) ที่ดีขึ้น

หน้าจอล็อกอินหลังจากเครื่องอยู่ในสถานะล็อก (Lock) จะมีความเสถียร (Reliable) มากขึ้น

การแชร์ไฟล์ในระยะใกล้ (Nearby Sharing) จะมีความเสถียรในการส่งไฟล์ขนาดใหญ่ที่มากขึ้น

การฉายหน้าจอ (Projecting) จะมีความเสถียรมากขึ้น หลังจากที่ใช้งานจากการกดปุ่ม Windows + P

การพิมพ์ (Printing) มีการปรับปรุงในไฟล์ของ Windows ชื่อว่า spoolsv.exe ซึ่งมีความเกี่ยวกับบริการ (Services) การพิมพ์ ช่วยให้การพิมพ์มีความไหลลื่นขึ้น

ฟีเจอร์ File Explorer นั้นมีการปรับปรุงหลายอย่าง เช่น

มีการเพิ่มคำสั่ง Extract All ไว้ในส่วนของแถบคำสั่ง (Command Bar) เพื่อใช้งานกับไฟล์บีบอัดที่ไม่ใช่สกุล .Zip

ได้มีการปรับปรุงบักที่เกิดขึ้นเมื่อทำการกด Shfit และคลิ๊กบนไอคอน File Explorer บน Taskbar ก็จะเป็นการเปิด Instance ของ File Explorer แทนที่จะเป็น Instance อื่น ๆ

และ มีการปรับการแสดงอุปกรณ์บนหน้าของ Network ให้มีความเสถียร น่าเชื่อถือมากขึ้น

การแสดงผล (Display) ก็ได้มีการปรับปรุงหลายอย่างเช่นเดียวกัน อย่างเช่น

มีการปรับปรุงด้านการทำงานของการแสดงผลหลังจากที่กลับมาใช้งานคอมพิวเตอร์อีกครั้งเมื่อออกจากโหมดหลับ (Sleep) ให้ทำงานได้เร็วขึ้นบนเครื่องที่มีการใช้งานหนัก (Heavy Loaded)

มีการปรับปรุงสำหรับการกลับมาจากโหมด Sleep ของเครื่องโน้ตบุ๊คที่มีการต่อการเครื่องเชื่อมหน้าจอ หรือ Docking Station โดยผู้ใช้งานจะออกจากโหมด Sleep ได้แบบไม่ต้องเผยอหน้าจอของโน้ตบุ๊คอีกต่อไป

เครื่องมือสำหรับการจัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล หรือ Remote Server Administration Tools (RSAT) จะมาพร้อมกับอัปเดตใหม่บน Windows 11 แบบใช้งานบนอุปกรณ์ Arm64 ซึ่งภายในชุดเครื่องมือที่ใช้งานได้หลังจากติดตั้งจะประกอบด้วย Active Directory Domain Services and Lightweight Directory Services Tools, Active Directory Certificate Services Tools, Server Manager, Group Policy Management Tools, DNS Server Tools, และ DHCP Server Tools โดยสามารถติดตั้งได้ผ่านทาง Settings > System > Optional Features or from Control Panel > Programs > แล้วเลือกเปิดฟีเจอร์ดังกล่าวของ Windows

ฟีเจอร์ BitLocker ก็มีการปรับปรุงโดยเมื่อผู้ใช้งานทำการใส่รหัสกู้ข้อมูล (Recovery Key) แล้วเครื่องจะไม่หยุดตอบสนอง (Stop Responding) แบบที่เคยเป็นปัญหาแต่เดิมอีกต่อไป

ฟีเจอร์ Secure Boot จะมีการเปลี่ยนแปลงที่หลังจากอัปเดตแล้ว ตัวอุปกรณ์ที่ใช้งานจะได้รับใบรับรอง Secure Boot Certificate เมื่อมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดเท่านั้น

การปรับปรุงจิปาถะอื่น ๆ นั้นจะเป็นการแก้ไขปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ด้านการแสดงผลภาพ (Visual) ต่าง ๆ

#windows #ติดเทรนด์ #windows11 #lemon8ไดอารี่ #freedomhack

3/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลังค้นหา “Windows 11 24H2” แล้วสงสัยว่าอัปเดตล่าสุดมันให้อะไรเพิ่มขึ้น และควรอัปเดตเลยไหม—อันนี้คือเช็กลิสต์แบบใช้งานจริงที่ผมใช้ไล่ดูหลังอัปเดต (เน้นให้ตรวจเองได้ ไม่ต้องเดา) 1) เช็กว่าเครื่องคุณเป็น 24H2 จริง และเป็นบิลด์ไหน - ไปที่ Settings > System > About > Windows specifications - ดู “Version” ต้องเป็น 24H2 และดู “OS build” ว่าใกล้เคียงกับชุดอัปเดตที่พูดถึงหรือไม่ (บางเครื่องจะค่อย ๆ ทยอยได้) 2) เช็กว่า KB ที่เพิ่งลงคืออะไร - ไปที่ Settings > Windows Update > Update history - มองหาเลข KB (เช่น KB5077241) เพื่อยืนยันว่าได้แพตช์ชุดเดียวกับที่สรุปไว้ในบทความ 3) สิ่งที่ผมสังเกตได้ทันทีหลังอัปเดต (จุดที่คนส่วนใหญ่ “รู้สึกได้”) - Taskbar/System Tray: เปิดหลายแอปแล้วสลับหน้าต่างลื่นขึ้น โดยเฉพาะคนที่ตั้งค่า taskbar แบบไม่รวมไอคอน (uncombined) จะเห็นความต่างชัด - Search: ไอคอนและหน้าตาผลลัพธ์ดูเป็นระเบียบขึ้น และมีการพรีวิว/ตัวอย่างผลลัพธ์ให้ดู ทำให้ค้นไฟล์/ตั้งค่าเร็วขึ้น - Widgets: ใครใช้วิดเจ็ตบ่อย ๆ ลองกดให้แสดงแบบเต็มจอได้เลย เหมาะกับการอ่านข่าว/ดูข้อมูลรวดเดียว 4) ทริกเล็ก ๆ หลังอัปเดตที่ผมแนะนำให้ทำ - ลองตั้งภาพพื้นหลังสกุล .webp: ถ้าคุณมีวอลเปเปอร์คม ๆ แบบไฟล์ .webp ตอนนี้ตั้งเป็น Desktop Background ได้แล้ว ภาพจะคมและไฟล์เล็กดี (ผมลองกับภาพพื้นหลังโทนน้ำเงินสไตล์ Windows 11 แล้วโหลดไวขึ้น) - เข้าไปดู Storage Settings: หน้าตา dialog และการสแกนไฟล์ชั่วคราวทำได้คล่องขึ้น ลองกดล้าง Temporary files หลังอัปเดตจะช่วยคืนพื้นที่ได้พอสมควร 5) ถ้ากังวลเรื่องความเสถียร/บั๊กหลังอัปเดต - รีสตาร์ต 1 รอบหลังลงอัปเดตเสร็จ แล้วลองใช้งานจริงสักวัน โดยเฉพาะ Wi‑Fi, การฉายหน้าจอ (Windows+P), Nearby Sharing และการพิมพ์ (spoolsv.exe) เพราะเป็นกลุ่มที่มักถูกกระทบเวลาแพตช์ใหญ่ - ถ้ามีปัญหาเฉพาะจุด ให้จดอาการ + เวลาที่เกิด แล้วเช็กใน Update history ว่าเพิ่งมีแพตช์อะไรลงไป จะช่วยไล่สาเหตุง่ายขึ้น 6) สำหรับสายปรับแต่ง/สาย IT ที่อยากลองฟีเจอร์เพิ่ม - Built-in Sysmon: ฟีเจอร์นี้ช่วยดูอีเวนท์และพฤติกรรมในเครื่องเพื่อจับความผิดปกติได้ไวขึ้น (ค่าเริ่มต้นปิด) เหมาะกับคนที่อยากมอนิเตอร์ระบบแบบจริงจัง สรุปจากที่ใช้งาน: Windows 11 24H2 อัปเดตรอบนี้เด่นที่ “ความลื่น + รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ใช้จริง” มากกว่าฟีเจอร์หวือหวา ถ้าคุณอยากได้ Taskbar/การค้นหาที่ดีขึ้น และความเสถียรหลายจุด แนะนำให้อัปเดต แต่ควรเช็ก KB/บิลด์ก่อน และเผื่อเวลารีสตาร์ต/ทดสอบอุปกรณ์หลัก ๆ หลังอัปเดตสักนิด