โฆษณาบน ChatGPT ออกมาแล้ว
ผลทดลองใช้งานโฆษณาบน ChatGPT ออกมาแล้ว ผลตอบรับจากผู้รับโฆษณาค่อนข้างแย่
อย่างที่ผู้อ่านหลายรายอาจจะได้รับทราบกันไปแล้วถึงการที่ทางบริษัท OpenAI ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเครื่องมือด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intellience) ยอดนิยมอย่าง ChatGPT จะนำเอาโฆษณามาใช้บนผลิตภัณฑ์ของตนเพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น โดยทดลองใช้งานก่อนในสหรัฐฯ เพื่อดูเสียงตอบรับ ทำให้ข่าวนี้อาจจะสร้างคว ามผิดหวังให้กับทางบริษัท
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Campaign Asia ได้กล่าวถึงงานวิจัยจากบริษัท Adthena ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการทำการตลาดด้วย AI ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลลัพธ์ของการทดลองใช้งานโฆษณาบนแพลตฟอร์ม ChatGPT ในช่วงทดลองจากกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการโฆษณาของทางบริษัทนั้น พบว่า ผลตอบรับของโฆษณาที่ได้รับจากการใข้งานโฆษณาบนแพลตฟอร์มนี้นั้น ในภาพรวมมีผลตอบรับจากผู้รับโฆษณาที่แย่มาก โดยมีปริมาณการคลิ๊ก หรือ Click-Through-Rate (CTR) ที่ต่ำมากถึง 0.91% เมื่อเทียบกับการยิงโฆษณาผ่านทาง Google ในรูปแบบโฆษณาผ่านทางการค้นหา (Google Search Ads) ที่มีปริมาณ CTR โดยเฉลี่ยถึง 6.4% ซึ่งมากกว่า ChatGPT ถึง 7 เท่า
นอกจากผลตอบรับที่ย่ำแย่แล้ว ยังมีการตรวจพบว่า ระบบการส่งโฆษณาถึงลูกค้า (Ads Delivery) อาจจะทำงานได้แย่อีกด้วย เนื่องจากมีลูกค้ารายหนึ่งที่เป็นองค์กรธุ รกิจขนาดใหญ่ (Enterprise) ที่มีการใช้งานงบโฆษณาที่สูงมากถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ (8,132,625 บาท) บนแพลตฟอร์มนี้ แต่หลังจากที่ทำการยิงโฆษณาไปยาวนานหลายสัปดาห์ กลับมีการใช้งบไปเพียง 3% จากงบทั้งหมด ซึ่งแปลว่าการส่งโฆษณาถึงมือลูกค้าเป้าหมายนั้นมีปริมาณที่น้อยมาก ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น ทางทีมวิจัยยังระบุอีกว่า เครื่องมือจัดการโฆษณาของ ChatGPT อย่าง Ad Manager นั้นยังมีปัญหาในการใช้งานจากบั๊กของโปรแกรมที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ส่งผลให้ผู้ยิงโฆษณานั้นไม่สามารถทำการปรับแต่งโฆษณาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือ Optimization ได้ ทั้งยังไม่สามารถรับทราบถึงผลตอบแทน (ROI หรือ Return-on-Investment) ที่ได้จากโฆษณาได้อีกด้วย
#chatgpt #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #freedomhack
การโฆษณาบนแพลตฟอร์ม AI อย่าง ChatGPT ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่น่าจับตามอง ทว่าผลการทดลองใช้โฆษณาบน ChatGPT ที่มีอัตราการคลิก (CTR) ต่ำเพียง 0.91% เมื่อเปรียบเทียบกับ Google Search Ads ที่ได้ผลตอบรับสูงกว่า 6.4% ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคหลายประการในการทำตลาดผ่าน AI หนึ่งในปัญหาหลักคือการที่ระบบส่งโฆษณายังไม่แจกจ่ายถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างลูกค้ารายใหญ่ที่ใช้งบโฆษณามากถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐแต่ใช้จ่ายได้เพียง 3% หลังหลายสัปดาห์ บ่งชี้ว่าการกระจายโฆษณาอาจติดขัดหรือได้รับการแสดงที่จำกัดมาก นอกจากนี้ อุปสรรคทางเทคนิคใน Ad Manager ซึ่งเป็นเครื่องมือบริหารจัดการโฆษณายังส่งผลต่อนักการตลาด ผู้ใช้พบปัญหาบั๊กทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ยากและไม่สามารถปรับแต่งแคมเปญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimization) หรือประเมินผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ได้อย่างแม่นยำ ปัญหาเหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบหลังบ้านให้เสถียรขึ้นและสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีขึ้น จากประสบการณ์ส่วนตัวในการทำการตลาดออนไลน์ พบว่า การแสดงโฆษณาบนแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ไม่ได้คุ้นเคยหรือไม่ได้มีการปรับแต่งเพื่อประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดี อาจทำให้ผู้รับโฆษณารู้สึกไม่ประทับใจและหลีกเลี่ยงการคลิกได้ง่าย สำหรับ ChatGPT ที่เน้นการสนทนาและให้คำแนะนำแบบ AI การแทรกโฆษณาต้องวางแผนอย่างละเอียดเพื่อไม่รบกวนความรู้สึกของผู้ใช้งานจนเกิดผลลบต่อภาพลักษณ์ อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวในช่วงทดลองนี้ก็เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ OpenAI และนักการตลาดทั่วโลกที่ต้องเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในโลก AI การนำเสนอโฆษณาที่สร้างสรรค์ ตรงกลุ่มเป้าหมาย และไม่รบกวนประสบการณ์ผู้ใช้จะเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในอนาคต สำหรับผู้ที่สนใจโฆษณาบน ChatGPT จึงควรติดตามการอัพเดตและปรับปรุงระบบอย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์สูงสุดของแคมเปญโฆษณา ดังนั้น ในขณะที่ ChatGPT ยังคงพัฒนารูปแบบการโฆษณาเพื่อสร้างรายได้ ยังต้องระวังและแก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อให้เครื่องมือนี้ก้าวขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มโฆษณาที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ไว้วางใจของนักการตลาดและผู้ใช้ในอนาคต
