มัลแวร์ขโมยข้อมูลตัวใหม่ Omnistealer มาเหนือ

มัลแวร์ขโมยข้อมูลตัวใหม่ Omnistealer มาเหนือ ใช้พลังของบล็อกเชนในการเข้าขโมยข้อมูล

มัลแวร์ประเภทขโมยข้อมูล หรือ Infostealer นั้นเรียกได้ว่าเป็นภัยร้ายที่กำลังมาแรงในปัจจุบันไม่แพ้มัลแวร์ประเภทอื่น ทั้งยังมีการพัฒนาเทคนิคในการขโมยข้อมูลในรูปแบบใหม่ ๆ อยู่ทุกวัน โดยในครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคระดับเหนือชั้น จากการใช้งานเทคโนโลยีล่าสุดมาร่วมปฏิบัติการขโมยข้อมูลเลยทีเดียว

จากรายงานโดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้พัฒนาเครื่องมือต่อต้านมัลแวร์ชื่อดัง Malwarebytes ได้กล่าวถึงการตรวจพบมัลแวร์ประเภท Infostealer ตัวใหม่ชื่อ Omnistealer ซึ่งมัลแวร์นี้มีจุดเด่นที่แตกต่างไปจากมัลแวร์แบบเดิม ๆ ที่มักจะถูกฝากขึ้นไปบนบริการที่ได้รับการไว้วางใจ (Trustworthy) เพื่อให้เหยื่อตายใจและดาวน์โหลดมัลแวร์ลงบนเครื่อง เช่น Google docs, OneDrive, GitHub, npm และ PyPI เป็นต้น แต่มัลแวร์ตัวนี้กลับใช้การฝากโค้ดไว้บนธุรกรรม (Transaction) ต่าง ๆ ของระบบเครือข่ายบล็อกเชน (Blockchain) หลากเครือข่าย เช่น TRON, Aptos, และ Binance Smart Chain เป็นต้น โดยแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังนั้นจะทำการซ่อนโค้ดไว้ในส่วนข้อมูลที่ผู้ทำธุรกรรมสามารถป้อนได้ตามใจชอบ (Arbitary Data) เช่น Notes, Metadata, และ Smart Contract Inputs ซึ่งข้อมูลของมัลแวร์ที่ถูกใส่ไว้ในช่องทางนี้ มักจะประกอบด้วย

ข้อความเข้ารหัส (Encrypted Text)

คำสั่งที่ถูกเข้ารหัส (Encoded Command)

และ เศษโคดของมัลแวร์

โดยการที่ถูกฝากไว้บนธุรกรรมของระบบบล็อกเชนที่จะปรากฎให้เห็นบนกระดานสาธารณะ (Public Ledger) นั้นทำให้การลบทิ้งและการเซ็นเซอร์นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะอะไรที่ปรากฎบนเครือข่ายบล็อกเชนนั้นจะไม่สามารถถูกลบทิ้งได้อย่างเด็ดขาด

ในส่วนของการเข้าถึงเหยื่อนั้น จะเป็นการหลอกให้เหยื่อทดลองทำโครงการ (Project) ตัวหนึ่งเพื่อการสมัครงาน โดยแฮกเกอร์มักจะติดต่อเข้ามาผ่านทางโซเชียลมีเดียสำหรับคนทำงานอย่าง Likedin หรือ กระดานหางานอย่าง Upwork โดยหลอกให้เหยื่อเข้าไปยังคลังดิจิทัล (Repo หรือ Repository) ของ Github เพื่อรับโค้ดที่ดูเหมือนโค้ดโครงการปกติมารัน ซึ่งเมื่อรันไปแล้ว โค้ดจะทำงานในฉากหลัง (Background Running) เพื่อไปดึงโค้ดและคำสั่งของมัลแวร์ที่ถูกฝากไว้ในแต่ละธุรกรรมบนเครือข่ายบล็อกเชน มาประกอบร่างและปล่อยไฟล์มัลแวร์ (Payload) ตัวจริงลงมาบนเครื่องของเหยื่อกในท้ายที่สุด

มัลแวร์ตัวนี้มีความสามารถในการขโมยข้อมูลที่หลากหลายมาก โดยจะครอบคลุมถึง

โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน (Password Manager) มากถึง 10 ตัว

รหัสผ่านที่ถูกบันทึกไว้บนเว็บเบราว์เซอร์ยอดนิยม เช่น Chrome และ Firefox

รหัสผ่านบัญชีที่เกี่ยวข้องกับระบบเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage) เช่น Google Drive

และ รหัสเข้าใช้งานกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซี (Crypto Wallet) ที่ทำงานในรูปแบบส่วนเสริมบนเว็บเบราว์เซอร์ (Extension) มากกว่า 60 ตัว โดยครอบคลุมถึงกระเป๋ายอดนิยมอย่าง MetaMask และ Coinbase

ปัจจุบันมัลแวร์ตัวนี้สามารถขโมยรหัสผ่านไปได้มากถึง 3 แสนชุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยครอบคลุมรหัสสำหรับการใช้งานแพลตฟอร์มจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มทางการเงิน, แพลตฟอร์มสำหรับการสั่งอาหาร (Food Delivery), แพลตฟอร์มของผู้ที่ทำงานให้กับทางราชการของประเทศสหรัฐอเมริกา, ไปจนถึงแพลตฟอร์มสำหรับการรับชมภาพยนตร์ลามก

#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #freedomhack #Omnistealer

5/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประสบการณ์การวิเคราะห์มัลแวร์สมัยนี้ ทำให้ผมเห็นว่าความซับซ้อนของมัลแวร์ยุคใหม่ถูกยกระดับขึ้นมาก โดยเฉพาะ Omnistealer ที่ใช้ระบบบล็อกเชนเป็นช่องทางซ่อนโค้ดโจ๊กเกอร์ ไม่เหมือนมัลแวร์ทั่ว ๆ ไปที่ฝากโค้ดในเว็บหรือเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป ซึ่งนี่ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยมาเป็นประโยชน์ในทางผิดอย่างชาญฉลาด ความยากในการตรวจจับและลบมัลแวร์นี้เพิ่มขึ้นมาก เพราะข้อมูลมัลแวร์จะถูกบันทึกลงบน public ledger ของบล็อกเชน ซึ่งข้อมูลในนี้ไม่สามารถแก้ไขหรือลบทิ้งได้เลย เหมือนการจารึกป้ายชื่อมัลแวร์ไว้ในที่สาธารณะ ทำให้บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ต้องอาศัยเทคนิคพิเศษในการตรวจสอบและแยกแยะข้อมูลที่ปลอดภัยกับข้อมูลมัลแวร์ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการที่แฮกเกอร์หลอกคนทำงานผ่านแหล่งหางานออนไลน์อย่าง LinkedIn หรือ Upwork ให้นำโค้ดที่เป็นอันตรายมารันในเครื่อง ซึ่งเป็นการหลอกล่อแบบ Social Engineering รูปแบบใหม่ที่แทรกซึมเข้ามาตามช่องทางธุรกิจดิจิทัล เลยแนะให้ผู้ใช้ระมัดระวังสูงสุดและตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนรันโดยเฉพาะถ้ามาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ผมเองแนะนำให้ผู้ใช้งานทั่วไปและนักพัฒนาระมัดระวังตัวกับรหัสผ่านที่ชาวคริปโตและโปรแกรมจัดการรหัสผ่านใช้ร่วมกัน ต้องตั้งค่าความปลอดภัยเพิ่ม เช่น การเปิดใช้ 2FA และไม่เก็บรหัสผ่านสำคัญไว้ในเบราว์เซอร์หากไม่จำเป็น เพราะมัลแวร์ Omnistealer สามารถดึงข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย สุดท้าย ยิ่งระบบบล็อกเชนและเทคโนโลยีกระจายศูนย์นิยมเติบโต มัลแวร์อีกรูปแบบที่ใช้ช่องทางนี้น่าจะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้ใช้ควรรู้เท่าทันและอัปเดตความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ความล้ำหน้าของเทคโนโลยีถูกนำมาใช้โจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ