ระวังมัลแวร์เล็งกลุ่มนักลงทุนคริปโตตัวใหม่

ระวังมัลแวร์เล็งกลุ่มนักลงทุนคริปโตตัวใหม่ แพร่กระจายทางแอปจดโน้ต Obsidian

คริปโตเคอร์เรนซี ถึงแม้กระแสการลงทุนในปัจจุบันจะไม่ได้ร้อนแรงเท่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แต่ด้วยการรักษาความลับของผู้ทำธุรกรรมที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้ยังคงตกเป็นเป้าของการถูกขโมยโดยเหล่าแฮกเกอร์อยู่ ทำให้แฮกเกอร์ได้ใช้มัลแวร์หลากประเภทมาใช้งานเพื่อที่จะเข้าถึงกระเป๋า และปล้นชิงมาให้ได้

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Coinmarketcap ได้กล่าวถึงการตรวจพบแคมเปญการขโมยเงินคริปโตเคอร์เรนซีผ่านมัลแวร์ครั้งใหม่โดยทีมวิจัยจาก Elastic Security Labs บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยไซเบอร์ ทางทีมวิจัยได้เปิดเผยว่า แฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญการโจมตีดังกล่าวนั้นจะใช้การหลอกลวงเหยื่อด้วยวิธีการทำวิศวกรรมทางสังคม (Social Engineering) ผ่านทางโซเชียลมีเดียสำหรับคนทำงานอย่าง Linkedin โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทผู้ระดมทุน หรือ Venture Capital มาชักชวนให้เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับการเงิน และคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งมิจฉาชีพกลุ่มนี้มักจะชวนให้เหยื่อไปคุยต่อผ่านทางบริการแชท Telegram และชักชวนให้เหยื่อใช้งานแอปพลิเคชันสำหรับการจดโน้ต Obsidian เพื่อเข้าอ่านข้อมูลบนฐานข้อมูลของบริษัท (ที่แอบอ้าง) โดยแฮกเกอร์จะให้รหัสผ่านสำหรับการเข้าสู่ “ตู้นิรภัย” (Vault) บนระบบคลาวด์ที่อ้างว่าเป็นของบริษัทที่แท้จริงแล้วอยู่ภายใต้การควบคุมของแฮกเกอร์

หลังจากที่เหยื่อสามารถเข้าถึง Vault บนระบบคลาวด์ได้แล้ว ตัว Vault ก็จะสั่งให้เหยื่อทำการเปิดใช้งานปลั๊กอิน (Plug In) เหยื่อทำการเปิดใช้งานปลั๊กอินตามที่แฮกเกอร์ได้กำหนดไว้ ตัวปลั๊กอินที่มีการฝังโทรจัน (Trojan) ไว้ก็จะเริ่มทำงานทันที นำไปสู่ห่วงโซ่ของการฝังมัลแวร์ (Infection Chain) ลงสู่เครื่องโดยมีตัว Vault ทำหน้าที่เป็นพาหะ (Vector) ซึ่ง Infection Chain ดังกล่าวนั้นสามารถทำงานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS ซึ่งจะนำไปสู่การฝังมัลแวร์ประเภทเข้าควบคุมเครื่องจากระยะไกล หรือ RAT (Remote Access Trojan) ชื่อว่า PHANTOMPULSE

มัลแวร์ PHANTOMPULSE นั้นเรียกได้ว่ามีความสามารถที่ร้ายกาจมากเพราะมีระบบการควบคุม และสั่งการ (C2 หรือ Command and Control) แบบไม่รวมศูนย์ (Decentralized) ที่ปฏิบัติการบนเครือข่ายบล็อกเชน (Blockchain) มากถึง 3 ระบบ โดยตัวมัลแวร์จะทำการอ่านธุรกรรมบนเครือข่าย (On-Chain Transaction) ที่เชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซี (Wallet) ที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อเชื่อมต่อกับระบบของทางแฮกเกอร์ และรอรับคำสั่งต่อไป

#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #freedomhack #Obsidian

5/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผู้ที่ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี ต้องบอกเลยว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับต้น ๆ เพราะนอกจากความผันผวนของราคาแล้ว ความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ก็สูงมากในปัจจุบัน การที่แฮกเกอร์ใช้วิธีการใหม่ ๆ อย่างเช่นการใช้แอปพลิเคชันจดโน้ต Obsidian เป็นช่องทางในการแพร่กระจายมัลแวร์ ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าภัยคุกคามไซเบอร์มีความซับซ้อนและเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะนักลงทุนคริปโตที่มักจะมีข้อมูลสำคัญและเงินทุนที่พร้อมถูกลักขโมยได้ ในฐานะที่เคยถูกชักชวนผ่านทาง LinkedIn และ Telegram มาแล้ว การตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลและการติดต่อเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ควรระมัดระวังหากมีการชักชวนให้ใช้งานซอฟต์แวร์หรือแอปที่ไม่คุ้นเคยโดยเฉพาะที่ต้องเปิดปลั๊กอินเสริม เพราะนั่นอาจนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์ที่ถูกซ่อนไว้ได้ มัลแวร์ PHANTOMPULSE ซึ่งสามารถทำงานได้บนระบบ Windows และ macOS รวมถึงใช้ระบบการควบคุมแบบ Decentralized ผ่านบล็อกเชน ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถสั่งการได้ยากและยืดหยุ่น เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของมัลแวร์ที่มีความซับซ้อนและอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ การป้องกันที่ดีควรเริ่มที่การไม่เปิดใช้งานปลั๊กอินหรือซอฟต์แวร์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ และสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งควรใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (2FA) กับกระเป๋าคริปโตเคอร์เรนซีทุกครั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ในขณะเดียวกัน นักลงทุนคริปโตเองก็ควรอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับภัยคุกคามไซเบอร์ให้ทันสมัย เพราะแฮกเกอร์จะพัฒนาวิธีการโจมตีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง การเข้าใจและเตรียมพร้อมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินและข้อมูลสำคัญได้มาก ท้ายที่สุด การลงทุนในคริปโตต้องควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด การใช้แอปและโปรแกรมต่าง ๆ ควรเลือกใช้จากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น และงดใช้ปลั๊กอินเสริมที่ไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ์อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์ที่อันตรายอย่าง PHANTOMPULSE