AI ของ Claude Mythos ตรวจพบช่องโหว่กว่าหมื่นช่อง

AI ของ Claude Mythos ตรวจพบช่องโหว่กว่าหมื่นช่อง บนซอฟต์แวร์ยอดนิยมหลายตัว

จากรายงานโดยเว็บไซต์ The Hacker News ได้กล่าวถึงรายงานความสำเร็จของโครงการ Project Glasswing ซึ่งเป็นโครงการของทาง Anthropic บริษัทผู้พัฒนาเครื่องมือ AI ชื่อดัง Claude เพื่อพัฒนาด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ร่วมกับบริษัทคู่ค้า (Partners) ที่เข้าร่วมโครงการมากถึง 50 บริษัท ซึ่งทั้ง 50 บริษัทนี้จะได้รับสิทธิพิเศษในการใช้งานโมเดลพิเศษของ Claude ที่มีชื่อว่า Claude Mythos เวอร์ชันทดลองใช้งาน (Preview) ในการหาช่องโหว่ความปลอดภัยร้ายแรงบนระบบต่าง ๆ ก่อนที่แฮกเกอร์และเหล่าอาชญากรไซเบอร์จะตรวจพบ และใช้งานช่องโหว่เหล่านั้นเสียก่อน ซึ่งผลลัพธ์ของโครงการนั้น เนื่องจากตรวจพบช่องโหว่ต่าง ๆ มากมายกว่าหมื่นช่องโหว่ โดยแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

สิ่งที่มีสิทธิ์เป็นช่องโหว่ (Candidates) มากถึง 23,019 ตัว แบ่งออกเป็น

ถูกตรวจสอบโดยหน่วยตรวจสอบภายนอก 1,900 ตัว

ได้รับการยืนยันแล้ว1,729 ช่องโหว่

รายงานให้เจ้าของระบบแล้ว 467 ช่องโหว่

รายงานให้กับเจ้าของระบบโดยทาง Antropic โดยตรง 1,129 ช่องโหว่

ส่งผลให้มีช่องโหว่ความปลอดภัยที่ถูกรายงานให้กับทางเจ้าของระบบแล้วถึง 1,596 ช่องโหว่ ซึ่งจะถูกจัดการต่อดังนี้

ทางเจ้าของระบบตอบรับทราบ (Acknowledged) แล้ว 1,451 ช่องโหว่

ออกแพทช์แล้ว 97 ช่องโหว่

ตีพิมพ์เป็นข้อแนะนำด้านความปลอดภัย (Security Advisory) แล้ว 88 ช่องโหว่

ซึ่งหนึ่งในช่องโหว่ที่ถูกค้นพบโดยโครงการนี้นั้นเป็นช่องโหว่ที่มีคะแนนความร้ายแรง หรือ CVSS Score สูงถึง 9.1 โดยช่องโหว่ดังกล่าวมีรหัสว่า CVE-2026-5194 เป็นช่องโหว่ที่อยู่ภายใน WolfSSL ที่เปิดช่องให้แฮกเกอร์สามารถสร้างและใช้งานใบรับรองปลอม (Certificate) เพื่ออ้างตนเป็น Service ที่ถูกต้องได้

นอกจากความสามารถในการค้นหาช่องโหว่แล้ว ทางธุรกิจธนาคารที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ยังพบว่า Claude Mythos นั้นยังสามารถนำไปใช้ในการต่อสู้กับการฉ้อโกง (Fraud) ได้อีกด้วย โดยตัว AI สามารถตรวจจับและป้องกันการโอนเงินมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (49,398,000 บาท) ซึ่งเกิดจากการที่แฮกเกอร์สามารถแฮกเมลของลูกค้า และใช้การโทรเข้ามาหลอกลวงทำรายการโอนเงิน

ทาง Anthropic ยังได้ประกาศอีกว่า นอกจากโครงการ Project Glasswing แล้ว ทางบริษัทยังมีแผนจะเปิดโครงการ Cyber Verification Program ที่จะเปิดให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ได้รับการรับรอง เข้ามาใช้งานโมเดล Claude Mythos โดยที่ไม่มีระบบป้องกันการใช้ในทางที่ผิด (Guardrail) เพื่อใช้ในการหาช่องโหว่, ทดสอบเจาะระบบ และจำลองสถานการณ์การรุกรานระบบโดยผู้ไม่หวังดี (Red Teaming) อีกด้วย

#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #claude #freedomhack

6/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ติดตามและศึกษาเทคโนโลยี AI ในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ ผมเห็นว่า Claude Mythos เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ AI ในการช่วยค้นหาช่องโหว่ที่มนุษย์อาจพลาดไป โดยเฉพาะในระบบหรือซอฟต์แวร์ยอดนิยมที่มีความซับซ้อนสูง การที่ Claude Mythos สามารถตรวจพบถึง 23,019 ช่องโหว่ (Candidates) และได้รับการยืนยันความถูกต้องมากถึง 1,729 ช่องโหว่ แสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้ AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบได้ทันที นอกจากนี้ ภายในภาคธุรกิจธนาคารซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการถูกโจมตี Claude Mythos ยังถูกนำมาใช้เพื่อตรวจจับพฤติกรรมการโอนเงินฉ้อโกง มูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 49 ล้านบาทไทย ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าการใช้ AI จะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันเหตุการณ์แฮกเกอร์ต่าง ๆ ได้จริง ในมุมของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ การที่ Anthropic เตรียมเปิดโครงการ Cyber Verification Program เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญรับรองและทดสอบเจาะระบบด้วย Claude Mythos โดยไม่มีการจำกัด Guardrail จะเปิดโอกาสให้เราทดสอบช่องโหว่ที่ลึกและรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้การรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนตัวผมมองว่าโครงการนี้เป็นก้าวสำคัญที่ผสมผสานการพัฒนา AI กับการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อรับมือกับโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทุกองค์กรควรให้ความสนใจกับการใช้ AI ในการตรวจสอบและป้องกันภัยคุกคามเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบ ทั้งนี้ ความสำเร็จของ Claude Mythos ยังเน้นย้ำให้เห็นว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ได้มาทดแทนมนุษย์ แต่ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้ดีและปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น