แฮกเกอร์นิยมใช้รหัสผ่านที่ขโมยมา มากกว่าใช้มัลแวร์

Kaspersky พบสถิติน่าตกใจ แฮกเกอร์นิยมใช้รหัสผ่านที่ขโมยมา มากกว่าใช้มัลแวร์บุกเข้าระบบโดยตรง

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Newsbytes.ph ได้กล่าวถึงการที่ทางบริษัทผู้พัฒนาแอนตี้ไวรัส (Anti-Virus) ชื่อดังได้ออกมาเผยแพร่รายงานที่สำรวจพฤติกรรมโดยทั่วไปของแฮกเกอร์ภายใต้ชื่อรายงานว่า “2025 Anatomy of a Cyber World” ซึ่งมาจากการสำรวจผ่านทางเครื่องมือ และบริการต่าง ๆ ของทาง Kaspersky อย่าง Kaspersky’s Managed Detection and Response (MDR), Incident Response (IR), Compromise Assessment และ Security Operations Center (SOC) Consulting Services ตลอดปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) โดยในรายงานฉบับนี้ได้มีการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขหลายส่วนที่มีความน่าสนใจ และหลายอย่างอาจจะดูขัดกับข่าวที่ผู้อ่านหลายท่านได้อ่านกันบ่อย ๆ ซึ่งตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิธีการโจมตีที่แฮกเกอร์ใช้งานแล้วได้ผลนั้นมีดังนี้

การเดารหัสผ่าน (Password Guessing) เป็นวิธีการเข้าสู่ระบบของเหยื่อที่แฮกเกอร์นิยมใช้งานที่สุดและได้ผลมากที่สุด ได้รับความนิยมมากที่สุดที่ 34.8% เทียบกับวิธีการทั้งหมด โดยแฮกเกอร์มักจะใช้หลักการเดาจากรหัสผ่านที่มักถูกใช้งานอยู่บ่อย ๆ ด้วยการผสมค่ารหัสผ่านต่าง ๆ จนกว่าจะสามารถเข้าถึงระบบได้

การสร้างบัญชีขึ้นมาใหม่บนเครื่องของเหยื่อ (Local Account Creation) ซึ่งเป็นการสร้างบัญชีภายในระบบขึ้นมาหลังจากที่แฮกเข้าไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อรับประกันว่าแฮกเกอร์จะสามารถเข้าถึงระบบได้ถึงแม้ทางเข้าแรกจะโดนลบหรือปิดกั้นไปแล้ว ได้รับความนิยมตามมาติด ๆ ที่ 34.7%

การใช้บัญชีที่มีอยู่แล้ว (Valid Account) ซึ่งได้มาจากการขโมยรหัสผ่านเข้าสู่ระบบนั้นได้รับความนิยมที่ 34.5% ซึ่งมากกว่าการใช้งานมัลแวร์ที่อาจถูกตรวจจับได้โดยเครื่องมือป้องกันระบบ เนื่องจากวิธีการนี้จะช่วยให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงและแฝงตัวในระบบอยู่ได้อย่างเงียบเชียบ

การดัดแปลงบัญชี (Account Manipulation) ซึ่งเป็นวิธีการที่แฮกเกอร์แอบเปลี่ยนการตั้งค่าของบัญชี หรือเปลี่ยนนโยบายกลุ่ม (Group Policy) ได้รับความนิยมที่ 32%

การสแกนเครือข่าย (Network Scanning) เพื่อหาช่องว่างภายในระบบซึ่งนำเอาไปใช้ในการแพร่กระจายมัลแวร์หรือการแฮกภายในเพิ่มเติม (Lateral Movement) ได้รับความนิยมที่ 31.2%

#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #แฮกเกอร์ #freedomhack

7/22 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการดูแลระบบและใช้งานอินเทอร์เน็ต ผมพบว่าแม้ระบบความปลอดภัยจะมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและมัลแวร์อย่างดี แฮกเกอร์ก็ยังสามารถเจาะระบบได้ด้วยวิธีเดารหัสผ่านหรือใช้รหัสผ่านที่ขโมยมาแล้วเข้าใช้งานบัญชีเก่า ๆ ได้อย่างเงียบๆ เหมือนรายงานของ Kaspersky ที่บอกว่าแฮกเกอร์นิยมใช้วิธีนี้มากกว่าการใช้มัลแวร์โดยตรง สิ่งนี้ทำให้ผมตระหนักว่าการตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรงและแตกต่างกันในแต่ละเว็บไซต์ รวมถึงการเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะมันช่วยลดโอกาสที่รหัสผ่านของเราจะถูกนำไปใช้โดยแฮกเกอร์ได้ นอกจากนี้ การสร้างบัญชีใหม่บนเครื่องของเหยื่อหลังจากแฮกเกอร์เข้าระบบได้ (Local Account Creation) ทำให้ปัญหาความปลอดภัยยืดเยื้อขึ้น เพราะถึงแม้เราจะปิดช่องทางแรกได้ แฮกเกอร์ก็ยังสามารถเข้าถึงได้จากบัญชีที่สร้างใหม่ไว้ ผมจึงมักแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบบัญชีผู้ใช้ภายในระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาบัญชีที่สร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตและลบทิ้งทันที อย่างไรก็ตาม การที่แฮกเกอร์ใช้บัญชีที่ถูกต้องอยู่แล้ว (Valid Account) เข้าไปอย่างเงียบๆ นั้นยากที่จะตรวจจับ เพราะได้ใช้รหัสผ่านที่ขโมยมาแล้วเข้าสู่ระบบเหมือนผู้ใช้ปกติ วิธีนี้หลีกเลี่ยงการตรวจจับมัลแวร์และลดความเสี่ยงถูกระบุได้จากระบบป้องกันต่างๆ จากประสบการณ์ตรง การเรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมแฮกเกอร์ตามรายงานนี้ช่วยให้ผมและทีมงานสามารถปรับปรุงแนวทางการป้องกันและตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการให้ความรู้กับผู้ใช้งานถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยรหัสผ่านและระบบบัญชีผู้ใช้อย่างเข้มงวด จึงอยากแนะนำให้ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลระบบหรือผู้ใช้งานทั่วไปหมั่นอัปเดตความรู้เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์นี้ด้วยเช่นกัน