ไมโครซอฟต์เพิ่มฟีเจอร์ Cloud Rebuild บน Windows 11

ไมโครซอฟต์เพิ่มฟีเจอร์ Cloud Rebuild บน Windows 11 ช่วยกู้ข้อมูลได้อย่างง่าย

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Neowin ได้กล่าวถึงการที่ทางไมโครซอฟท์ได้ทำการออกอัปเดตเวอร์ชันทดสอบสำหรับกลุ่มนักทดสอบในโครงการ Windows Insider ผ่านทางช่อง Experimental โดยอัปเดตนั้นจะมีอยู่ 2 ตัว คือ 26300.8772 สำหรับ Windows 11 26H2 และ 28120.2387 สำหรับ Windows 11 26H1 โดยแต่ละตัวนั้นจะมีการเพิ่ม และปรับปรุงฟีเจอร์ที่ต่างกันดังนี้

26300.8772

มีการเพิ่มฟีเจอร์ Cloud Rebuild ในส่วนของการกู้ข้อมูล (Recovery) ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถลง Windows ใหม่ได้อย่างง่ายดายแม้ตัว Windows ที่ใช้อยู่จะบูท (Boot) ไม่ขึ้น โดยสิ่งที่ต่างไปจากฟีเจอร์ Unlike Reset this PC นั่นคือฟีเจอร์นี้จะทำการดาวน์โหลดไฟล์อิมเมจ (Disc Image) และไดร์เวอร์ต่าง ๆ มาจาก Windows Update โดยตรง ซึ่งผู้ใช้งานจะเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้จากหน้าจอ Windows Recovery Environment (WinRE) ด้วยการเลือก Troubleshoot > Recovery and uninstall > Cloud rebuild

การสำรองข้อมูลและการกู้ข้อมูล (Backup and Restore) สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานระดับธุรกิจ จะถูกตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้น (Default) จากเดิมที่ผู้ดูแลด้านไอที (IT Administrator) ต้องทำการตั้งค่าเองสำหรับอุปกรณ์ที่ได้รับการลงทะเบียนในรูปแบบ Microsoft Entra Joined และ Microsoft Entra Hybrid แต่ในขณะเดียวผู้ดูแลก็ยังคงมีอำนาจเต็มในการเปิดปิด และการจัดการอื่น ๆ อยู่

การควบคุมบัญชี (Account Control) ได้มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาการใช้งาน (User Interface) ให้ใช้งานง่าย มีความชัดเจนมากขึ้นไปกว่าเดิม

การแชร์ความคิดเห็น (Feedback) ไปยัง Feedback Hub ทำได้ง่ายเพียงแค่กดปุ่มรูปโลโก้ Windows+F ขณะที่อยู่ในเมนู Settings > Start Menu

การค้นหา (Search) เพิ่มความสูงของกล่องค้นหา (Search Box) มา 4px

ทาสก์บาร์ (Taskbar) ได้รับการแก้บั๊กที่บางครั้งจะไม่เห็นไอคอน Taskbar เมื่อใช้งานในแนวตั้ง (Vertical)

ฟอนต์ (Font) ปรับปรุงการใช้งานฟอนต์ Mongolian Baiti ให้มีการเรนเดอร์ (Render) ได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนั้นยังได้มีการแก้ไขบั๊กอื่น ๆ เช่น ซอฟต์แวร์ Outlook ไม่ตอบสนองเมื่อกดปุมปิด (Close) เป็นต้น

28120.2387

ทาสก์บาร์ (Taskbar) ผู้ใช้งานจะสามารถปรับแต่งตำแหน่งของทาสก์บาร์ได้ผ่านทาง Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar Behaviors

นอกจากนั้นผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งทาสก์บาร์ให้มีขนาดเล็กลงได้ที่ Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar behaviors > Show smaller taskbar buttons อีกด้วย

การอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน Windows 11 Pro Education for K-12 ก็สามารถทำได้ง่ายและฟรีสำหรับบัญชีที่มีสิทธิ์บนอัปเกรดนี้ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

ใช้บัญชีปกติล็อกอินเข้าสู่ระบบ

เปิด Command Prompt แล้วรัน Clipupgrade.exe เพื่อทำการอัปเกรด

ล็อกอินด้วยการใช้บัญชีที่มีสิทธิ์การใช้งาน K-12 ที่ได้รับมาจากทางองค์กรการศึกษาที่สังกัดอยู่เพื่อยืนยันตัวตน (Validation)

ตัว Windows จะเริ่มทำการอัปเกรดเวอร์ชัน จากนั้นให้รีสตาร์ตเครื่อง และใช้งานเวอร์ชันดังกล่าวได้ทันที

มีการแก้บั๊กในส่วนของ File Explorer ที่หยุดทำงานหลังกดปุ่มไอคอน OneDrive ขณะที่ใช้โหมดผู้ดูแล (Administrator Mode) อยู่

#windows11 #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #freedomhack

8/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ผู้ใช้งาน Windows 11 ในช่วงที่ผ่านมา ฟีเจอร์ Cloud Rebuild ถือเป็นการพัฒนาที่น่าสนใจมาก เพราะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดสำหรับเครื่องที่พบปัญหาบูทไม่ติดหรือระบบล่ม โดยปกติแล้วการติดตั้ง Windows ใหม่โดยไม่ต้องใช้แผ่นติดตั้งหรือตัวติดตั้ง USB ถือเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ฟีเจอร์นี้สามารถดาวน์โหลดไฟล์อิมเมจและไดร์เวอร์จาก Windows Update ได้โดยตรงผ่านหน้าจอ Windows Recovery Environment (WinRE) ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่เก่งเทคนิคก็สามารถแก้ไขระบบได้เอง ผมเคยเจอสถานการณ์ที่ Windows 11 ค้างและไม่สามารถบูทเข้าเครื่องได้ ซึ่งฟีเจอร์ Cloud Rebuild ช่วยให้ผมไม่จำเป็นต้องไปหาดาวน์โหลดไฟล์ ISO แยกต่างหากหรือใช้โปรแกรมเสริม ช่วยประหยัดเวลาและลดความซับซ้อน นอกจากนี้ การปรับปรุงอินเทอร์เฟซของการควบคุมบัญชีและการเข้าถึงฟีเจอร์แชร์ความคิดเห็นบน Feedback Hub ที่ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มประสบการณ์ใช้งานให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น รวมถึงการปรับแต่งทาสก์บาร์ให้ยืดหยุ่น เช่น เลื่อนตำแหน่งหรือปรับขนาดไอคอนได้ตามต้องการ ก็ทำให้การใช้ Windows 11 ราบรื่นขึ้นมาก ในมุมมองของผู้ดูแลระบบหรือองค์กร การตั้งค่าระบบสำรองข้อมูลและกู้คืนเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับ Microsoft Entra Joined และ Microsoft Entra Hybrid ช่วยลดเวลาการจัดการและเพิ่มความปลอดภัยในการควบคุมข้อมูล สุดท้ายนี้ การแก้บั๊ก File Explorer และ Outlook ก็เป็นเรื่องที่ช่วยให้การทำงานประจำวันของคนใช้ Windows 11 มีความต่อเนื่อง ไม่สะดุดมากขึ้น แนะนำให้ผู้ใช้งานติดตามอัปเดตจาก Windows Insider Program เพื่อทดลองฟีเจอร์ใหม่ ๆ เหล่านี้และเตรียมพร้อมสำหรับการอัปเดตอย่างเป็นทางการที่จะตามมาในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยให้การใช้งาน Windows 11 มีประสิทธิภาพและสะดวกสบายมากขึ้นจริง ๆ