แรนซัมแวร์สร้างภัยต่อเศรษฐกิจ
แรนซัมแวร์สร้างภัยต่อเศรษฐกิจ ทำธุรกิจเสียหายรวมกันร่วม 150 ล้านดอลลาร์ ต่อวัน
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cybersecurity Ventures ได้อ้างอิงถึงรายงานเกี่ยวกับงานวิจัยจากบริษัท StationX บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์แห่งแรกจากประเทศสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ที่ทำการวิเคราะห์เจาะลึกถึงมูลค่าความเ สียหายจากการตกเป็นเหยื่อของแรนซัมแวร์ (Cost of Ransomware) จากการวิเคราะห์เจาะลึกแรนซัมแวร์และมัลแวร์มากกว่า 100 ตัว โดยอาศัยแหล่งอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือสูงมากกว่า 30 แหล่ง จนนำมาสู่ผลสรุปที่น่าสนใจหลายอย่าง
อย่างแรกสุดเลยนั้นคือมูลค่าความเสียหายรายวัน (Daily Cost) นั้น เมื่อทางนักวิจัยได้ประเมินในภาพรวมแล้วพบว่า มูลค่าสามารถตีได้มหาศาล เป็นตัวเลขดังนี้
156.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (5,203,022,000 บาท)
6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง (216,593,000 บาท)
108,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อนาที (3,598,776 บาท)
1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อวินาที (59,979.60 บาท)
ตัวเลขเหล่านี้มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนทางนักวิจัยได้ระบุว่า ตัวเลขต่อปีอาจพุ่งสูงถึง 275 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9,163,000,000,000 บาท) ในปี ค.ศ. 2031 (พ.ศ. 2574) และตัวเลขต่อวันจะพุ่งสูงถึง 726 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (24,190,320,000 บาท) ภายใน 6 ปี
ตัวเลขเหล่านี้มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนทางนักวิจัยได้ระบุว่า ตัวเลขต่อปีอาจพุ่งสูงถึง 275 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9,163,000,000,000 บาท) ในปี ค.ศ. 2031 (พ.ศ. 2574) และตัวเลขต่อวันจะพุ่งสูงถึง 726 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (24,190,320,000 บาท) ภายใน 6 ปี
แต่ตัวเลขในแต่ละธุรกิจนั้นจะแตกต่างออกไปจากค่าเฉลี่ย โดยทางทีมวิจัยได้ทำการสร้างเครื่องคำนวณเพื่อคำนวณมูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และระยะเวลาของการกู้ข้อมูล โดยระบุข้อมูลดังต่อไปนี้
ขนาดของธุรกิจ (Business Size)
อุตสาหกรรม (Industry)
สถานะการสำรองข้อมูล (Backup Status)
และรูปแบบการประกันภัยไซเบอร์ (Type of Cyber Insurance)
#ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่ #แรนซัมแวร์ #เศรษฐกิจ #freedomhack
จากประสบการณ์ที่ผมเคยทำงานในสายงานไอทีและความปลอดภัยไซเบอร์ในประเทศไทย ผมเห็นได้ชัดว่าแรนซัมแวร์ไม่ใช่ภัยคุกคามเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางก็มีโอกาสได้รับผลกระทบไม่น้อยเลยทีเดียว โดยปกติแล้ว ธุรกิจหลายแห่งอาจมองข้ามเรื่องของการสำรองข้อมูลหรือ Backup ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันและลดผลกระทบจากแรนซัมแวร์ ความเสียหายทางการเงินที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เงินที่จ่ายค่าไถ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการหยุดชะงักของธุรกิจ, ค่าใช้จ่ายการกู้คืนข้อมูล, และความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์ จากที่กล่าวไปข้างต้น ทีมวิจัยใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งและสร้างเครื่องคำนวณเพื่อช่วยมองเห็นภาพรวมของความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจริงตามขนาดธุรกิจ อุตสาหกรรม หรือรูปแบบการประกันภัยไซเบอร์ ซึ่งนี่เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับเจ้าของกิจการที่ต้องการประเมินความเสี่ยงเพื่อมาตรการป้องกันที่เหมาะสม สิ่งที่ผมอยากแนะนำเพิ่มเติม คือธุรกิจทุกขนาดควรเริ่มต้นจากการประเมินระบบความปลอดภัยไซเบอร์ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตั้งระบบป้องกัน, อัปเดตซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง, การฝึกอบรมความรู้พนักงานเกี่ยวกับภัยคุกคาม และการจัดทำแผนสำรองข้อมูลที่เหมาะสมและอัปเดตอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าอีกด้วย ในสถานการณ์ที่มูลค่าความเสียหายทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามรายงานนี้ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เราต้องทำในวันนี้ คือไม่ประมาทกับภัยไซเบอร์ และต้องพร้อมรับมืออย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักหรือสูญเสียมากกว่าที่คาดหวัง
