พบ Apple Support (ปลอม) โทรหาเหยื่อ
มือถือหายก็ต้องระวัง พบ Apple Support (ปลอม) โทรหาเหยื่อที่มือถือโดนขโมยเพื่อขอรหัสปลดล็อก
จากรายงานโดยเว็บไซต์ The Hacker News ได้กล่าวถึงการตรวจพบแคมเปญการหลอกลวงแบบ Phishing ที่เล็งเป้าไปยังกลุ่มผู้ใช้งานโทรศัพท์ iPhone ที่ถูกขโมย เพื่อหลอกขโมยรหัสปลดล็อกโทรศัพท์ iPhone รวมไปถึงการหลอกขอรหัสเพื่อใช้งานบัญชี Apple ID ผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) แบบปัญญาประดิษฐ์ (AI หรือ Artificial Intelligence) ด้วยการแอบอ้างว่ามาจาก Apple Support ที่จะมาช่วยเหยื่อที่โดนขโมยโทรศัพท์ ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของระบบแพลตฟอร์ม AnonyMousKIT โดยระบบนี้เป็นระบบบริการหลอกลวง Phishing แบบเช่าใช้งาน (PhaaS หรือ Phishing-as-a-Service) ซึ่งชุดเครื่องมือนี้มีการคิดค่าบริการที่ถูกมากสำหรับแฮกเกอร์ โดยคิดค่าส่งอีเมลหลอกลวงเพียงแค่ 1.5 เครดิต (Credit), ส่งข้อความสั้น (SMS หรือ Short Message Service) ขึ้นอยู่กับ Sender ID, บันทึกการพูดคุยด้วยเสียงผ่านทาง Whatsapp แค่ 1 เครดิต, และบริการใช้ผู้ช่วยพูดแบบ AI (AI Voice Agent) เพียงแค่ 2 เครดิต
จากการเปิดเผยโดยทีมวิจัย SOCRadar Threat Research Unit (STRU) นั้นได้เผยในส่วนของการหลอกลวงว่า ทางแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังการขโมยโทรศัพท์มือถือจะทำการดึงข้อมูลหมายเลขระบุโมเดลของเครื่อง (Apple Model Identifier) และสถานะของ Find My (ฟีเจอร์ที่ใช้ในการตรวจสอบโทรศัพท์ iPhone ที่หายไป) หลอกให้เหยื่อกดลิงก์ (ปลอม) เพื่อเข้าไปดูหน้าเพจที่ทำเลียนแบบเว็บไซต์ของ Apple พร้อมแผนที่แสดงตำแหน่งจริง ซึ่งแฮกเกอร์จะส่งให้ผ่านทางช่องทางอีเมล หรือ ข้อความ SMS จากนั้นจึงใช้งานแพลตฟอร์ม AI อย่าง Vapi เพื่อสร้างตัวตนสมมติ (Persona) แล้วทำการโทรมาหาเหยื่อเพื่อหลอกขอรหัสโดยหลอกว่าเป็นการยืนยันตัวตน ซึ่งถ้าเหยื่อเผลอให้ไปก็จะนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์มือถือที่ถูกขโมยไปในทันที
ทางทีมวิจัยยังได้ตรวจสอบแล้วพบว่าอีเมลหลอกลวงต่าง ๆ ที่มาจากแคมเปญนี้ ต่า งมีบุคลิกที่คล้ายกันดังนี้
หัวอีเมล (Subject Line) มักจะใช้ว่า "Your device has been found" และ "Alert"
ชื่อแสดงตัวผู้ส่ง (Display Name) มักจะระบุว่ามาจาก Apple, Find My, Apple Support, และ Apple Assistance
บันทึกการส่ง (Send Log) พบว่ามาจากอีเมลชื่อว่า noreplyapple00000[@]gmail[.]com เสียส่วนมาก มีเพียงการส่งไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่มาจากอีเมลอื่น
ข้อความหลอกลวงทั้งหมดมีการระบุพิกัดจริงของเครื่อง เช่น Johannesburg, Abuja, Buenos Aires, Maputo, และ Mumbai
หน้าเว็บดักข้อมูลเพื่อระบุตัวตนเหยื่อที่ใช้หลอกให้เหยื่อเข้า มักจะเป็น URL ในรูปแบบ/help?TOKEN
เรียกได้ว่าเป็นแคมเปญที่อันตรายมาก แม้จะเกิดขึ้นต่างประเทศและยังไม่มีรายงานการหลอกลวงดังกล่าวในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน แต่ผู้ใช้งาน iPhone ก็ควรจะมีความระมัดระวังเป็นอย่างสูงต่อการหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าว
#หลอกลวงออนไลน์ #ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่ #Apple #freedomhack
จากประสบการณ์การใช้งาน iPhone และการติดตามข่าวสารด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ผมขอแชร์วิธีป้องกันการถูก Apple Support ปลอมโทรหลอก เพราะแคมเปญนี้น่าสนใจและอันตรายมาก แฮกเกอร์ใช้ระบบ AnonyMousKIT ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Phishing-as-a-Service ที่มีเครื่องมือครบวงจร ทั้งส่งอีเมลปลอม ส่ง SMS และใช้ AI สร้างเสียงหลอกลวงแบบสมจริง ทำให้เหยื่อเชื่อได้ง่ายว่ากำลังติดต่อกับเจ้าหน้าที่จริงของ Apple สิ่งที่ควรระวัง คือ อีเมลหรือข้อความที่มีหัวข้อว่า "Your device has been found" หรือ "Alert" รวมถึงชื่อผู้ส่งที่ดูเหมือนของ Apple, Find My, Apple Support หรือ Apple Assistance และมักจะมีการแนบลิงก์ปลอมที่ทำเลียนแบบเว็บไซต์ของ Apple พร้อมแสดงแผนที่ตำแหน่งของเครื่อง ซึ่งลิงก์เหล่านี้จะนำไปสู่หน้าเว็บดักข้อมูลเพื่อขโมยรหัสของเรา เคล็ดลับง่ายๆ คือไม่ควรกดลิงก์ในอีเมลหรือข้อความที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ให้ข้อมูลหรือรหัสใดๆ กับบุคคลที่โทรมาโดยไม่ยืนยันตัวตนอย่างชัดเจน และเปิดใช้ฟีเจอร์ป้องกันความปลอดภัย เช่น การตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง เปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA) ของ Apple ID รวมถึงใช้แอป Find My เพื่อช่วยติดตามและล็อกเครื่องในกรณีที่มือถือหาย นอกจากนี้ หากได้รับสายโทรเข้าจากหมายเลขที่เรียกว่า Apple Support ให้ตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางทางการของ Apple เพื่อยืนยันสถานะก่อน หรือปิดสายทันทีหากรู้สึกสงสัย การที่มีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยแฮกเกอร์เพิ่มความน่ากลัวของการหลอกลวงครั้งนี้อย่างมาก ทำให้ผู้ใช้ต้องเพิ่มความระมัดระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สินดิจิทัลของตัวเองอย่างดีที่สุด
