“🌍 เมื่อสหรัฐฯลุกจากโต๊ะสภาพภูมิอากาศ… โลกเปลี่ยนเกม!

สหรัฐฯ ถอยทัพจากผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ : “จาก Paris ถึง COP30”

United States ซึ่งเคยเป็นผู้นำความตกลงด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น Paris Agreement ได้กลับท่าทีครั้งใหญ่ภายใต้การบริหารของ Donald Trump โดยดันนโยบายพลังงานฟอสซิล สะเพร่าต่อความร่วมมือระดับโลก

สหรัฐฯ ถอนจาก Paris Agreement สองครั้ง และลดแรงจูงใจต่อพลังงานสะอาด

ขณะที่ยุโรปยังมุ่งเดินหน้า แม้มีแรงกดดันเรื่องต้นทุนพลังงาน

“ความร้อนโลก” ยังคงเพิ่มขึ้น คาดว่าจะไปถึง +2.3–2.8 °C เกินเป้าหมาย 1.5 °C

China ปักธงครองตลาดพลังงานหมุนเวียน และโรงงานผลิตแบตเตอรี่

สัญญาณเตือน: หากขาดผู้นำด้านนโยบายระดับโลก momentum ด้านสภาพภูมิอากาศอาจถอยหลัง

#เศรษฐกิจโลก #ติดเทรนด์ #ป้ายยากับlemon8 #ลงทุนหุ้นต่างประเทศ #forextrader

2025/11/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อตกลง Paris Agreement ซึ่งสหรัฐอเมริกาเคยเป็นผู้นำในการผลักดันนโยบายนี้ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวถึงสองครั้ง การถอนตัวนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสถานการณ์โลกและความร่วมมือระดับนานาชาติที่มีต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งในผลกระทบที่ชัดเจนคือแรงจูงใจในการพัฒนาและลงทุนพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ ลดน้อยลง ซึ่งสวนทางกับทิศทางของยุโรป ที่ยังเดินหน้าขยายแผนพลังงานหมุนเวียน แม้ว่าจะต้องเผชิญกับแรงกดดันเรื่องต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ความร้อนเฉลี่ยของโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้าอุณหภูมิจะสูงขึ้นถึง 2.3–2.8 องศาเซลเซียส กว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศน์และสังคมมนุษย์ ขณะเดียวกัน ประเทศจีนได้กลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์จัดเก็บพลังงาน ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับพลังงานสะอาดในระดับโลก การเคลื่อนไหวของจีนนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว แม้ว่าสถานการณ์จะมีความท้าทาย แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังเป็นสัญญาณเตือนว่าหากโลกขาดผู้นำที่ชัดเจนและมีนโยบายระดับโลกที่แข็งแรง อาจทำให้ momentum ในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศถดถอย และส่งผลเสียต่อเป้าหมายความยั่งยืนและการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาพรวม สำหรับผู้สนใจติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด ควรจับตาดูการประชุม COP30 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของนานาประเทศที่ร่วมกันกำหนดทิศทางและมาตรการแก้ไขสภาวะโลกร้อนในอนาคต รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและนโยบายในสหรัฐอเมริกาที่อาจกลับมาสนับสนุนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ghj
ghj

ถ้าอเมริกาขี้ขาดตาขาวแล้วจะมาเรียกว่ามหาอำนาจทำไม