สรุปข่าวทองคำสัปดาห์ 24-18/11/68

🔹 สถานการณ์ล่าสุด

ราคาทองคำทั่วโลกปรับตัวขึ้น หนุนโดย ความคาดหวังที่ Federal Reserve (Fed) จะลดดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนธันวาคม ส่งผลให้ทองน่าสนใจขึ้นมากขึ้น

ล่าสุด ราคาทองสปอตดีดขึ้นเหนือ ≈ $4,141–$4,185/ออนซ์ ทำให้ทองกำลังทำกำไรต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน

---

🇹🇭 ทองในไทย — เคลื่อนไหวแรง

ราคาทองคำไทยในช่วงปลายสัปดาห์ เปิดตลาดพุ่งขึ้น — มีวันขึ้นถึง +400 บาท/บาททอง ก่อนปิดตลาดด้วยราคาทองแท่งทะลุโซน 63,800+ บาท

แรงหนุนมาจากราคาทองโลกที่สูงขึ้น + ความอ่อนค่าของดอลลาร์ รวมถึงแรงซื้อจากนักลงทุนที่คาดการณ์ว่า “ทองคือที่หลบภัย” ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

---

📈 แนวโน้ม & ทิศทางต่อจากนี้

สถาบันการเงินใหญ่ เช่น Deutsche Bank คาดว่า ราคาทองอาจพุ่งต่อ — บางคาดการณ์ชี้ว่าทองอาจ “แตะ $4,450/ออนซ์” ภายในปี 2026

ถ้าการคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะถูกลดเป็นจริง + ดอลลาร์ยังอ่อนค่า — โอกาสที่ทองจะยัง “ร้อนแรง” มีสูง 💡

---

🎯 สำหรับนักลงทุน / คนติดตามทอง

ถ้าคุณถือทองอยู่ — ช่วงนี้โอกาสที่ราคาจะขึ้นต่อมีสูง ถ้า Fed ลดดอกเบี้ยจริง

ถ้าคุณจะ “ทยอยซื้อ” — ตอนนี้อาจเป็นจังหวะที่ดี (buy-on-dips) เพราะทองยังมีแรงหนุนหลายด้าน

ถ้าคุณมองว่า “ถือยาว” — ทองกำลังยืนฐานใหม่ในระดับสูง และหลายฝ่ายเชื่อว่าแนวโน้มยังบวกใน medium-term

#วิเคราะห์ราคาทองคํา #ข่าวต่างประเทศ #ความรู้ทองคำ #lemon8ไดอารี่ #ข่าวเศรษฐกิจ

2025/11/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ราคาทองคำทั่วโลกแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะราคาทองสปอตที่แตะระดับระหว่าง 4,141 ถึง 4,185 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันที่ทองคำทำกำไรอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากตลาดเทรดเดอร์และนักลงทุนทั่วโลกมีความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) อาจจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สร้างแรงหนุนให้ราคาทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นอีกครั้ง ในส่วนของราคาทองคำในประเทศไทยนั้น พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่รุนแรงในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีวันหนึ่งราคาทองคำขยับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 400 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะปิดตลาดด้วยราคาทองแท่งที่ทะลุเกิน 63,800 บาท ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาทองในไทยนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาทองคำโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอีกปัจจัยสำคัญคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ทำให้นักลงทุนหลายรายมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องภาวะเงินเฟ้อ การชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความตึงเครียดระหว่างประเทศ นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว สถานะสินค้าสรีปขาวทองคำบริสุทธิ์ 999.9 น้ำหนัก 1000 กรัม ที่แสดงในสัปดาห์นี้ก็ยังคงเป็นจุดสนใจของนักลงทุนทองคำที่ซื้อขายทองคำบริสุทธิ์เพื่อการเก็บรักษามูลค่าและการลงทุนระยะยาว สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Deutsche Bank ได้ออกมาคาดการณ์ว่าราคาทองคำมีโอกาสพุ่งขึ้นต่อเนื่องและอาจแตะระดับ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปี 2026 ซึ่งถ้าหาก Fed ดำเนินนโยบายลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมกับค่าเงินดอลลาร์ที่ยังอ่อนค่าต่อไป โอกาสที่ราคาทองคำจะยังคงร้อนแรงและดึงดูดนักลงทุนสูงต่อเนื่องนั้นมีความเป็นไปได้สูงมาก ในมุมมองของนักลงทุนทองคำ หากคุณถือทองคำอยู่ในพอร์ตการลงทุน ช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะถ้าการลดดอกเบี้ยของ Fed เกิดขึ้นจริง สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่เริ่มสะสมทอง การทยอยซื้อ (buy-on-dips) ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เนื่องจากทองคำยังมีแรงหนุนจากหลายปัจจัย และหากคุณวางแผนถือทองคำระยะยาว (medium-term) ราคาทองคำที่ปรับฐานขึ้นมาอยู่ในระดับสูงแล้วมีแนวโน้มไปในทิศทางบวก เหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อรักษามูลค่าและป้องกันความเสี่ยง สรุปได้ว่าการติดตามสถานการณ์ราคาทองคำในช่วงปลายปี 2568 นี้ถือว่าสำคัญยิ่ง ตลาดทองคำได้รับแรงหนุนจากข่าวและการคาดการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงินของ Fed รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มักส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำโลก ดังนั้นการวางแผนลงทุนทองคำที่มีการติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาดและทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะกลางถึงยาว