ควรฟังช่าวเศรษฐกิจไหม ในเมื่อนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ไม่แม่น
📺 ควรฟังช่าวเศรษฐกิจไหม ในเมื่อนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ แม่นเท่ากับลิงปาลูกดอกเท่านั้น 🤯
Philip E. Tetlock ได้ทำการศึกษาเรื่อง "การพยากรณ์" ที่ใหญ่และยาวนานที่สุดชิ้นหนึ่ง เขาเก็บข้อมูล 20 ปี เขารวบรวมคำทำนายกว่า 8 หมื่นรายการ เขาคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญ 284 คน
⏩ โดยมีกฏคือ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีอาชีพที่ต้อง "ฟันธง" หรือให้คำปรึกษาด้านการเมืองและเศรษฐกิจเป็นหลัก (เช่น นักวิเคราะห์นโยบาย, ศาสตราจารย์, นักเศรษฐศาสตร์)
⏩ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเป็นคนที่มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์สถานการณ์โลกเป็นประจำครอบคลุมทั้งฝั่งรัฐบาล, เอกชน และสถาบันวิจัย มีทั้งคนที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และคนที่รู้กว้าง แต่เหมือนที่รู้กัน ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ เวลาออกสื่อ ชอบให้คำแนะนำแบบปลายเปิด Philip E. Tetlock เองก็เข้าใจปัญหานี้ เขาเลยออกแบบการทดลองโดยบังคับให้ผู้เชี่ยวชาญตอบคำถามในรูปแบบที่ "บิดพริ้วไม่ได้"
.
📍อย่างแรก
ผู้ทดลองต้องเลือกสถานการณ์ที่วัดผลได้ เช่น "ภายใน 5 ปี สหภาพโซเวียตจะล่มสลายหรือไม่?"
📍อย่างที่สองเขาไม่ยอมให้กูรูตอบแค่ "อาจจะ" หรือ "น่าจะ"
แต่ต้องระบุเป็นตัวเลขความน่าจะเป็นด้วย เช่น 20%, 50% หรือ 80% เขาเก็บคำทำนายไปเรื่อยๆ จนได้ฐานข้อมูลมหาศาลถึง 82,361 รายการ เพื่อให้ได้นัยสำคัญทางสถิติ เพื่อให้รู้ว่ากูรู "แม่นจริง" หรือแค่ "ฟลุ๊ค" Philip E. Tetlock จึงเอาคำทำนายของกูรูไปแข่งกับ การสุ่มเดาแบบ 50/50 หรือสุ่มแบบลิงปาลูกดอก
🤦🏻♀️ คนทั่วไปที่ติดตามข่าวสารแต่ไม่ได้เป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" ในเรื่องนั้นๆ การคาดการณ์โดยใช้หลักการว่าปีหน้าจะเหมือนปีนี้ (Extrapolation) Tetlock ใช้มาตรวัดทางสถิติที่เรียกว่า Brier Score เพื่อให้คะแนนความแม่นยำ ถ้าคุณบอกว่า "มีโอกาสเกิด 90%" แล้วมันเกิดจริง คุณได้คะแนนดี
แต่ถ้าคุณบอกว่า "90%" แล้วมัน "ไม่เกิด" คุณจะโดนหักคะแนนอย่างหนัก
🎯 ผลลัพธ์ที่ตบหน้าวงการ ค่าเฉ ลี่ยของกูรูส่วนใหญ่ "แพ้สถิติอย่างง่าย" และทำได้แย่กว่าการคาดเดาแบบสุ่มในบางกรณีด้วยซ้ำครับ งานวิจัยของ Tetlock พบความจริงที่น่าตกใจว่า ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ทายแม่นพอๆ ลิงปาลูกดอก
ที่แย่กว่านั้นคือ ยิ่งเชี่ยวชาญมาก มีชื่อเสียงมาก กลับยิ่ง ทายพลาด มากกว่าคนทั่วไปเหตุผลเพราะ ผู้เชี่ยวชษยที่มีความมั่น(Overconfidence) ทำให้พวกเขาปิดรับข้อมูลใหม่ๆ ...
---
╔═══════════╗
เปิดประตูสู่จักรวาลใหม่แห่งการลงทุน ด้วยแอปพลิเคชัน fundii ลองโหลดมาเล่นดูก่อน แล้วจะติดใจ จิ้มเลย
╚═══════════╝
จากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามข่าวเศรษฐกิจและคาดการณ์การลงทุน ผมพบว่าการฟังคำทำนายจากนักวิเคราะห์มืออาชีพบางครั้งก็นำมาซึ่งความสับสนมากกว่าความชัดเจนงานวิจัยของ Philip E. Tetlock ที่กล่าวถึงในบทความนี้นั้น ยิ่งเสริมความเชื่อของผมว่า "ความมั่นใจเกินจริง" (Overconfidence) ของผู้เชี่ยวชาญมักเป็นจุดอ่อนสำคัญ ระหว่างที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ผมได้สังเกตว่าแนวโน้มการคาดการณ์มักมีการเปลี่ยนแปลง และในหลายกรณีที่นักวิเคราะห์มีชื่อเสียงสูง กลับทำนายผิดบ่อยครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยที่ชี้ว่า ยิ่งมีความเชี่ยวชาญมาก กลับมีแนวโน้มทำนายผิดพลาดมากขึ้นเพราะอคติทางจิตใจนี้ อย่างไรก็ตาม ผมพบว่าเราควรใช้ข้อมูลคำทำนายเป็นเพียงหนึ่งในหลายเครื่องมือประกอบการตัดสินใจ ไม่ควรวางใจหรือเชื่อทั้งหมด เนื่องจากการทำนายเกี่ยวกับอนาคตเป็นเรื่องซับซ้อนและไม่แน่นอนสูง การพิจารณาจากข้อมูลหลายแหล่งและหยิบเอาสถานการณ์ปัจจุบันมาใช้วิเคราะห์ด้วยตนเองหรือใช้เครื่องมือประเมินความน่าจะเป็นแบบ Brier Score ที่ผู้อ่านได้รู้จักในบทความ จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนหรือวางแผนทางการเงินมีความรอบคอบขึ้น ผมแนะนำให้มองข่าวเศรษฐกิจในมุมกว้าง อัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และฝึกใช้ความรู้ทางสถิติพื้นฐานเพื่อประเมินความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยตนเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจและลดอคติในการตัดสินใจต่างๆ นอกจากนี้การยอมรับความไม่แน่นอนและเตรียมแผนสำรองจะช่วยให้เรารับมือกับผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดได้ดีขึ้น โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้เน้นให้นักลงทุนและผู้ติดตามข่าวเศรษฐกิจไม่ควรเชื่อคำทำนายแบบลำพังมากเกินไป แต่ควรใช้เป็นเครื่องมือประกอบการวิเคราะห์และวางแผนอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งเปิดใจยอมรับข้อจำกัดในความแม่นยำของผู้เชี่ยวชาญทุกคน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการตัดสินใจทางการเงินและชีวิตประจำวัน
