"นำ้ร้อน" ยิ่งใช้ท่อยิ่งตัน

ไขมันอุดตันท่อเกิดจากอะไร

"ท่อตัน" ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เรื่องของโชคร้ายครับ แต่มันมาจากบาปกรรม ที่เราทำซ้ำทุกวันในครัว จนกลายเป็นความเคยชิน

.

แม่ครัวหลายสำนักมั่นใจว่าตัวหล่อนดูแลครัวสะอาดเก็บเศษอาหารทิ้งถังขยะเสมอตลอดและเช็ดล้างครัววันเว้นวัน แต่ทำไมไม่กี่เดือน.....น้ำในซิงค์เริ่มเอ่อ แถมมีกลิ่นเหม็นเน่าลอยขึ้นมากระแทกจมูก

.

ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งในจักรวาลการทำครัวก็คือ "ความเชื่อเรื่องน้ำยาล้างจาน" ครับ

.

หลายคนคิดว่าถ้า มีไขมันตันซิ้งคหรือตันท่อนํ้าทึ้ง

แค่ใช้น้ำยาล้างจานเยอะๆผสมกับนํ้าก๊อก ตีฟองฟู่ๆ แล้วราดลงอ่างล้างจาน

ทำแค่นี้ ไขมันมันจะไหลลงไปตามท่อแล้วออกไปสุดปลายทางนอกห้องครัว

.

จริงอยู่เด้อสูที่น้ำยาล้างจานช่วย "แยก" ไขมันให้หลุดจากจานชามได้

แต่มันไม่ได้ "เสก" ให้ไขมันหายไปจากโลกนี้ครับ! คนล่ะมักกะโรนีเดียวกัน

.

ถ้าส่วนผสมของน้ำ+น้ำยาล้างจาน+ไขมัน ไหลลงไปในท่อที่เย็นและมืด ไขมันเหล่านั้นจะเริ่มแยกตัวออกมาอีกครั้งและจับตัวเป็นก้อนเมือกเหนียวๆ เกาะตามผนังท่อ PVC

.

พอผ่านไปหลายเดือน เมือกพวกนี้ยิ่งสะสมหนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นก้อนแข็งเหมือนสบู่ที่อุดรูท่อจนมิด (ซวยแหล่ว)

.

แถมเรามักจะระวังแค่น้ำมันพืชจากการทอด

แต่เรากลับเพิกเฉยต่อไขมันสัตว์ที่ปนมากับน้ำแกง คราบกะทิ หรือแม้แต่นํ้าซุปที่มีส่วนผสมของน้ำมันและไขมันสัตว์

.

ทุกอย่างคือ "กาว" ชั้นดี ที่ดักจับเศษผักหรือเส้นผมที่หลุดรอดตะแกรงกรองไป มันจะเข้าไปพันและยึดเกาะกันเหมือนก้อนเหนียวที่แข็งแรงมาก เรียกว่า "Fatberg" หรือภูเขาน้ำแข็งไขมัน ซึ่งยากจะกำจัดด้วยนํ้าร้อน

.

และ "น้ำร้อน" ไฮไลท์ตัวเด็ดของการละลายไขมัน

นี่คืออีกหนึ่งความเชื่อที่ "ไร้สติที่สุด" ของคนอยากประหยัดเงินหลัก100 แต่ต้องจ่ายเงินหลักหมื่นในอนาคต

.

การเทน้ำเดือดลงท่ออาจจะช่วยให้ไขมันที่อุดตันอยู่ "ละลาย" ได้ก็จริง แต่มันคือการ "ล้างไขมันจากจุด A ไป สะสมใหม่ในจุด B" ครับ

.

ไขมันที่ละลายจะไหลลึกเข้าไปในท่อส่วนที่ไกลออกไป ซึ่งน้ำร้อนเข้าไม่ถึง พอไปถึงจุดนั้นมันจะเย็นตัวลงและแข็งตัวเป็นก้อนมหึมาอยู่ลึกในระบบท่อหลัก

.

ทีนี้แหละครับ ชีวิตการทำครัวได้กลายเป็นหนังดราม่าเกาหลีแน่นอน เพราะต้องเรียกช่างประปาท่อทะลวงท่อ ไม่จบไม่สิ้น

.

พฤติกรรมสุดท้ายคือการ "มักง่ายสไตล์คนเมือง" ที่คิดว่าเศษอาหารชิ้นเล็กๆ ไม่เป็นไรหรอก ท่อมันใหญ่พอจะพัดไปได้ ความจริงคือท่อครัวบ้านเรามักจะมีส่วน "คดเคี้ยว" หรือข้อต่อ 90 องศาเยอะมาก เศษอาหารเล็กๆ เหล่านั้นจะไปค้างตามโค้งท่อ และทำหน้าที่ ดักจับไขมัน ให้ไขมันมาพอกตัว จนสุดท้ายท่อที่เคยโล่งก็เหลือรูระบายเท่ารูเข็มจ้า พี่น้องชาวไทยทุกท่าน

.

"ฟิวชั่นไม่ได้แค่ขายของ แต่เราให้สาระที่จริงแท้"

#fusionจุลินทรีย์

#ฟิวชั่นคู่หูถังแซท

#จุลินทรีย์ถังแซท

#จุลินทรีย์คู่หูถังแซท

#ฟิวชั่นลดก๊าซไข่เน่า

4/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ทำครัวและดูแลอ่างล้างจานพบว่า หลายคนมักเข้าใจผิดเรื่องการใช้ "น้ำร้อน" เพื่อแก้ไขท่อตันไขมัน ซึ่งจริง ๆ แล้วน้ำร้อนอาจจะช่วยละลายไขมันที่จับตัวเป็นก้อนในช่วงแรก ๆ แต่มันกลับส่งผลให้ไขมันไหลไปสะสมในส่วนอื่นของท่อที่เย็นและน้ำร้อนไม่สามารถเข้าถึง พอไขมันเย็นตัวก็จะแข็งตัวและทำให้เกิดการอุดตันในที่ลึกมากขึ้น นอกจากนี้ การใช้เพียงน้ำยาล้างจานผสมกับน้ำธรรมดาแล้วราดลงท่อไม่ได้ช่วยให้ไขมันหมดไป เพียงแค่แยกไขมันจากจานชามเท่านั้น แต่ไขมันยังคงถูกส่งผ่านเข้าสู่ท่อและตกตะกอนในท่อได้เหมือนเดิม จึงควรหลีกเลี่ยงการเทน้ำมันพืช น้ำมันจากทอด หรือแม้แต่น้ำแกง น้ำกะทิลงท่อ เพราะไขมันพวกนี้เป็นเหมือนกาวที่ทำให้เศษอาหารหรือเส้นผมเกาะกลุ่มกัน กลายเป็น "Fatberg" สะสมจนท่อตันอย่างรุนแรง พฤติกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยป้องกันเบื้องต้นคือ การใช้ตะแกรงกรองเศษอาหารก่อนท่อน้ำทิ้ง และทิ้งเศษอาหารลงในถังขยะจะช่วยลดไขมันและเศษอาหารที่ไหลลงท่อได้มากขึ้น อีกทั้งควรทำความสะอาดท่อด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การใช้น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาผสมกันแล้วราดลงท่อ จะช่วยย่อยสลายไขมันได้บ้างและลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากไขมันหมักหมม ถ้าเกิดท่อเริ่มตันขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้วิธีแรง ๆ เช่น การเทน้ำร้อนจัดบ่อย ๆ เพราะจะทำให้ไขมันพุ่งไปเกาะส่วนอื่นแทน ควรเรียกช่างประปาที่มีเครื่องมือมืออาชีพเข้ามาทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างถาวร จากประสบการณ์จริง การดูแลครัวให้สะอาด หลีกเลี่ยงการเทของเหลวที่มีไขมันลงท่อ และหมั่นทำความสะอาดท่อด้วยสารธรรมชาติ จะช่วยให้ท่อไม่ตันง่ายและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมท่อในระยะยาวได้อย่างมาก