แพทย์แผนไทยในรพ.
1.แพทย์แผนไทย เรียนเกี่ยวกับอะไร?
👉🏻แพทย์แผนไทย (Traditional Thai Medicine) เป็นศาสตร์ที่เรียนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตามภูมิปัญญาไทย ซึ่งไม่ได้เน้นแค่รักษาโรค แต่รวมถึงการป้องกัน ฟื้นฟู และปรับสมดุลร่างกายด้วย🩺
2.แพทย์แผนไทย ที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด ว่ามีแค่นวดจริงหรอ?
👉🏻นวดเป็นแค่1ใน4สาขาของแพทย์แผนไทย
3.แพทย์แผนไทยเรียนอะไรบ้าง?
🩺 1. เวชกรรมไทย
• ตรวจ วินิจฉัย และรักษาโรคแบบแผนไทย
• ใช้แนวคิด “ธาตุทั้ง 4” (ดิน น้ำ ลม ไฟ)
• ซักประวัติ ดูอาการ จ่ายยาแบบสมุนไพร
🌿 2. เภสัชกรรมไทย
• เรียนรู้ สรรพคุณยา ฤทธิ์ยา การใช้ ขนาดยา ยาที่จ่ายให้คนไข้ จะต้องไม่ขัดกับยาแผนปัจจุบัน มีการเรียนรู้ยาแผนปัจจุบันเบื้องต้นที่ต้องระวัง หากคนไข้ใช้ยาแผนปัจจุบันกลุ่มนี้ จะต้องระวังหรือหลีกเลี่ยง การจ่ายยาสมุนไพรกลุ่มนี้ ประมาณนี้ค่ะ
• การปรุงยา เช่น ยาต้ม ยาลูกกลอน ยาผง
• เก็บช่วงไหนให้ตัวยาดีสุด
• วิธีทำให้ยาไม่เสื่อมคุณภาพ
• ให้ยาปริมาณเท่าไหร่
• กินยังไง ก่อน/หลังอาหาร
• ข้อห้าม เช่น หญิงตั้งครรภ์ ห้ามยาบางตัว
• เรียนการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพร
• วิเคราะห์คุณภาพยา
👉🏻เพื่อให้เชื่อมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้
💆♀️ 3. หัตถเวชกรรมไทย (นวดไทย)
• การนวดรักษาโรค
• กดจุด เส้นประธาน
• ประคบ อบสมุนไพร
👉🏻โดยตามโรงพยาบาลจะมีผู้ช่วยแพทย์แผนไทย แต่บางที่อาจจะไม่มี
🧖♀️ 4. ผดุงครรภ์ไทย
• ดูแลหญิงตั้งครรภ์ หลังคลอด
• อยู่ไฟ นวดแม่หลังคลอด
• ฟื้นฟูร่างกายแบบแผนไทย
🌿 อยู่ไฟ
• ใช้ความร้อนช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
• ช่วยขับน้ำคาวปลา
• ฟื้นฟูร่างกาย
💆♀️ นวดหลังคลอด
• ลดปวดเมื่อย
• กระตุ้นการไหลเวียนเลือด
• ช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้น
🫖 ยาสมุนไพรหลังคลอด
• ขับน้ำคาวปลา
• บำรุงเลือด
• เพิ่มน้ำนม
🌸 การดูแลเต้านมและน้ำนม
• นวดเปิดท่อน้ำนม
• แก้ปัญหาคัดตึง เต้านมอักเสบ
• แนะนำท่าให้นม
📚 5. วิชาพื้นฐานการแพทย์
• กายวิภาค (Anatomy)
• สรีรวิทยา (Physiology)
• พยาธิวิทยาเบื้องต้น
👉🏻เพื่อให้เข้าใจร่างกายแบบวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปด้วย
🌱 6. การแพทย์แบบองค์รวม
• โภชนาการ เช่น อาหารสำหรับแม่หลังคลอด อาหารที่เหมาะกับคนแต่ละธาตุเจ้าเรือน
• การปรับพฤติกรรม
• การส่งเสริมสุขภาพ
*และมีบางวิชาที่ยังไม่ได้กล่าวถึง*
จากประสบการณ์ที่ได้พบเจอมา การเข้าใจผิดเกี่ยวกับแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก หลายคนมักคิดว่าแพทย์แผนไทยจะเน้นแค่การนวดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วศาสตร์นี้หลากหลายกว่านั้นมาก ในฐานะคนที่เคยผ่านการรักษาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์แผนไทยในรพ. ผมขอสรุปข้อดีและความน่าสนใจที่อยากแบ่งปันให้ผู้ที่สนใจทราบ: 1. เวชกรรมไทยช่วยตรวจและวินิจฉัยโรคโดยใช้แนวคิดธาตุทั้ง 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ซึ่งแตกต่างจากการแพทย์แผนปัจจุบันแต่สามารถประยุกต์ร่วมกันได้อย่างลงตัว 2. เภสัชกรรมไทยไม่ใช่แค่ยาสมุนไพรแบบเดิม แต่มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องการสกัดสารสำคัญ ปริมาณยา วิธีการเตรียมยา และข้อควรระวังโดยเฉพาะในคนที่ใช้ยาปัจจุบัน ทำให้การรักษามีความปลอดภัยมากขึ้น 3. การนวดไทยหรือหัตถเวชกรรม มีการกดจุดและประคบสมุนไพร รวมถึงเทคนิคเฉพาะที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและฟื้นฟูร่างกายโดยไม่ใช่แค่นวดผ่อนคลายทั่วๆ ไป 4. ผดุงครรภ์ไทยมีบทบาทดูแลหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด โดยเฉพาะการอยู่ไฟ การนวดหลังคลอด และการใช้ยาสมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย และส่งเสริมการให้นมแม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อสุขภาพของทั้งแม่และลูก 5. มีการเรียนรู้พื้นฐานการแพทย์แบบวิทยาศาสตร์ เช่น กายวิภาคและสรีรวิทยา เพื่อให้แพทย์แผนไทยเข้าใจกลไกร่างกายอย่างถูกต้องและสามารถเชื่อมโยงกับการรักษาแผนปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม 6. การแพทย์แบบองค์รวม จะเน้นโภชนาการ การปรับพฤติกรรม และการส่งเสริมสุขภาพอย่างครบวงจร เพื่อสร้างความสมดุลของร่างกายและจิตใจ สำหรับใครที่ยังลังเลหรือสงสัยเรื่องแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาล ลองเปิดใจศึกษาดูเพราะจริงๆ แล้วศาสตร์นี้มีความลึกซึ้งและครอบคลุมมากกว่าที่คิด อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพองค์รวมแบบยั่งยืน การรักษาฟื้นฟูแบบผสานจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยขยายมุมมองและทำให้ทุกคนเข้าใจแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลอย่างถูกต้องและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
