Automatically translated.View original post

Depressed to bipola by perfection. The result is not all.

After living with depression for two years, 🥹

Yesterday we went to an emergency doctor because we couldn't control our emotions, crying every day, thinking shorter than a meal in a day.

The doctor made a new diagnosis, Bipola.

Because when we flip is the end, the head runs until we don't sleep, want to do everything, 90 activities in a day.

But when plummeting is the best, wagging the cat, taking nothing, crying until sleeping

📍 all the drugs have to be replaced because they treat different diseases.

At first, we went to the doctor, we didn't tell us all the symptoms, so the diagnosis was wrong. If friends went to the doctor, they wanted to tell us all the symptoms, because they would treat the disease we were sick of.

Start to treat each other. Love yourself very much.

# Trending # lemon 8 diary # Depression # Depression can tell # Depression

2025/11/24 Edited to

... Read moreคำว่า “เศร้า” มันกว้างมาก และตอนเราเป็นหนักๆ เราเคยคิดว่าแค่อารมณ์ตก/อ่อนไหว เดี๋ยวก็หาย แต่พอเวลาผ่านไปมันไม่ใช่แค่เศร้าธรรมดา สำหรับเรา “เศร้า” ในช่วงดิ่งจะมาเป็นแพ็กใหญ่ เช่น ร้องไห้บ่อย เหนื่อยง่าย หมดแรง ไม่อยากทำอะไร นอนแล้วไม่สดชื่น หรือบางวันคือหลับหนีไปเลย ที่น่ากลัวคือความคิดสั้นมันโผล่มาได้ถี่มากจนเราตกใจตัวเอง อีกด้านหนึ่งที่เราเพิ่งเข้าใจหลังถูกวินิจฉัยใหม่คือ ช่วงที่ไม่ได้เศร้า เราไม่ได้ “ปกติ” เสมอไป บางช่วงมันจะดีดมากๆ สมองเหมือนวิ่งไม่หยุด ไอเดียมาเต็ม อยากทำทุกอย่างในวันเดียว วางแผนกิจกรรมเป็นสิบๆ อย่าง พูดเยอะขึ้น ใจร้อนขึ้น หรือรู้สึกมั่นใจเกินจริง และที่สำคัญคือ “นอนน้อยแต่ไม่ง่วง” พอตัดสลับกลับมาดิ่ง ก็ยิ่งงงว่าเมื่อวานยังพลังล้นอยู่เลยทำไมวันนี้แทบลุกไม่ไหว สิ่งที่อยากฝากสำหรับคนที่กำลังค้นหาคำว่าเศร้าแล้วลังเลว่าจะไปพบแพทย์ไหม คือให้ลองจดอาการแบบเป็นรูปธรรมก่อนพบหมอ เช่น - ช่วงเศร้า/ดิ่งเป็นกี่วัน มีอะไรเป็นตัวกระตุ้นไหม - การนอน: นอนน้อยลง/มากขึ้นแค่ไหน คุณภาพการนอนเป็นยังไง - พลังงานและสมาธิ: ทำงานได้ไหม หลงลืมง่ายขึ้นไหม - ความคิดทำร้ายตัวเอง: เกิดบ่อยแค่ไหน มีแผนหรือแค่แวบเข้ามา - ช่วงที่ “ดีขึ้น” ดีขึ้นแบบสงบขึ้น หรือดีแบบดีด/คึกผิดปกติ เราเคยเล่าอาการไม่หมด เพราะกลัวดูเว่อร์ กลัวโดนตัดสิน หรือจำไม่ค่อยได้ว่าตอนไหนเป็นยังไง สุดท้ายการวินิจฉัยคลาดเคลื่อนก็เป็นไปได้ และพอวินิจฉัยเปลี่ยน ยาก็ต้องปรับใหม่หมดจริงๆ (เพราะรักษาคนละโรค) ถ้าวันไหนเศร้ามากจนรู้สึกไม่ปลอดภัยกับตัวเอง แนะนำให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือหาคนใกล้ตัวอยู่ด้วย อย่าอยู่คนเดียว และถ้าไปพบแพทย์ ขอให้เล่าให้ครบเท่าที่จำได้—even รายละเอียดเล็กๆ อย่าง “ช่วงดีดนอนไม่หลับแต่ไม่ง่วง” มันสำคัญมาก สุดท้ายอยากบอกว่า การเศร้าไม่ใช่ความผิดของเรา และการขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ เราค่อยๆ รักษากันต่อ ลุยไปด้วยกัน และรักตัวเองให้มากๆ นะ