รีวิวคลอดธรรมชาติเปาโล รังสิต ปี2024

รีวิวการคลอดธรรมชาติ ครั้งแรกในชีวิต

เราฝากครรภ์พิเศษที่คลินิก หมอมีให้เลือกคลอดได้ 2 รพ.นะคะ

- วันพุธที่ 11/09/24 หมอนัดตรวจ NST ตามปกติและตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิด 2 เซนและให้กลับบ้านดูอาการ

และนัดให้ยาเร่งคลอดวันศุกร์ที่ 13/09/24

- แต่แล้วเที่ยงคืนวันที่ 12/09/24 มีอาการเจ็บท้องและท้องแข็งแต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะตรวจภายในมา น่าจะเจ็บปกติทั่วไป พรุ่งนี้ไปทำงานอีกแค่วันเดียวน่าจะพอทนได้อยู่ ขอไปทำงานอีกวันเดียวก็ไม่ได้น้าลูก แต่สุดท้ายทนไม่ไหวปวดไปจนถึงกระดูกสันหลังจึงตัดสินใจออกมารพ.ตอนตี3 ถึงรพ.ตอนตี 3.30 ถูกส่งเข้าห้องคลอดตรวจปากมดลูกเปิด 4 เซน ตรวจ NST พบว่าน้องหัวใจเต้นไม่คงที่ และน้ำคล่ำน้อย หมอเวรแจ้งแม่ว่าน่าจะต้องผ่าคลอด หมอรีบตามหมอประจำตัว และระหว่างนั้นหมอเตรียมห้องผ่าตัด ป๊าเตรียมเปลี่ยนชุดเตรียมไปถ่ายรูปในห้องผ่าตัด 🤣 ส่วนแม่ปวดท้องเจ็บจนไปถึงกระดูกสันหลังแบบทนไม่ไหวแล้ว เลยบอกหมอจะผ่าก็รีบบล็อกหลังให้ได้ไหมไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่อยากรับรู้ความรู้สึกเจ็บอีกแล้ว 😅

แต่พอตี 4.20 บอกหมอว่า ไม่ไหวแล้วอยากเบ่งมากๆ เหมือนปวดอึ หมอตรวจปากมดลูกอีกรอบพบว่าเปิด Fully แล้ว ซึ่งเปิดไวมากไม่ถึง 1 ชม.เปิดครบ หมอประจำมาถึงพอดี คราวนี้พี่พยาบาลวุ่นวายจากเตรียมห้องผ่าตัดอยู่ กลับมาเตรียมห้องคลอดอีกครั้ง พูดกันว่าแม่ไม่รอแล้วจะคลอดเองแล้ว 🤣🤣 เบ่ง 3 ที น้องคลอดออกมาร้องเสียงดัง อาการทุกอย่างหายไปหมด นอนคุยกับหมอชิวๆ ระหว่างเย็บแผล ไม่มีอาการอะไรเลยนอกจากบอกหมอว่า หิว ค่ะ และลูกก็ได้ฉายามาว่า The fast 8 แม่คลอดง่ายมากและป๊าก็อดเข้าห้องคลอดด้วยเพราะฉุกเฉินไปหมด 😅 #Lemon8ฮาวทู #ติดเทรนด์

#คลอดลูกธรรมชาติ #เปาโลรังสิต

2025/10/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังหาข้อมูล “รพ.เปาโล รังสิต” ก่อนคลอด เราขอเล่าประเด็นที่คิดว่ามีประโยชน์จากประสบการณ์จริง (แบบที่ตอนนั้นไม่รู้มาก่อน) เพื่อช่วยให้เตรียมตัวได้ง่ายขึ้นค่ะ 1) ก่อนถึงวันคลอด: นัดตรวจ + สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม ของเราเริ่มจากไปตรวจตามนัด (เช่น NST/ตรวจภายใน) แล้วคุณหมอให้กลับบ้านดูอาการได้ แต่พอกลับมาแล้วมีอาการเจ็บท้องถี่ขึ้น + ท้องแข็งและเจ็บร้าวไปถึงหลัง/กระดูกสันหลัง อันนี้เป็นจุดที่อยากย้ำว่า ถ้าปวดแบบ “ไม่เหมือนเดิม” หรือรู้สึกว่าเริ่มจับจังหวะได้ ให้รีบมารพ.เลยดีกว่า อย่าฝืนอยู่บ้านนาน เพราะบางคนปากมดลูกเปิดไวมากแบบเรา (จาก 4 เซนไป fully ในเวลาไม่นาน) 2) มาถึงรพ.เปาโล รังสิตแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยทั่วไปพอมาถึง จะมีขั้นตอนประเมินอาการ เช่น วัดสัญญาณชีพ ตรวจปากมดลูก ติดเครื่องดูการเต้นหัวใจลูก (NST/monitor) และประเมินน้ำคร่ำ/ความเสี่ยงต่างๆ ของเราเคสค่อนข้างฉุกเฉินเพราะตอนแรกมีสัญญาณที่ทำให้ทีมต้องเตรียมห้องผ่าตัดไว้ก่อน จึงอยากแนะนำว่า “เตรียมใจไว้สองทาง” คือทั้งคลอดธรรมชาติและผ่าคลอด เพราะบางครั้งสถานการณ์เปลี่ยนเร็วมาก 3) เทคนิคที่ช่วยให้ผ่านช่วงเจ็บท้องได้ (ฉบับแม่มือใหม่) ช่วงปวดมากๆ เราใช้วิธีหายใจลึกๆ ช้าๆ และโฟกัสเป็นจังหวะ (เข้า-ออกยาว) ช่วยประคองอารมณ์ได้จริง อีกอย่างคือสื่อสารกับพยาบาลตรงๆ ว่าปวดระดับไหน เวียนหัวไหม คลื่นไส้ไหม และมีความรู้สึกอยากเบ่งหรือยัง เพราะ “อยากเบ่งเหมือนปวดอึ” ของเราคือสัญญาณว่าปากมดลูกเปิดใกล้เต็มแล้ว 4) ของที่อยากให้เตรียมไป (สำหรับคลอดที่ รพ.) - เอกสารฝากครรภ์/ผลตรวจสำคัญ + บัตรประชาชน/ประกัน - ชุดคุณแม่แบบให้นมง่ายๆ + ผ้าอนามัยผู้ใหญ่/แผ่นรองซับ - ของใช้ลูก: ผ้าอ้อม, ผ้าห่อตัว, หมวก (เด็กแรกเกิดเสียความร้อนง่าย) - โทรศัพท์+สายชาร์จยาว (สำคัญมาก) - พร็อพถ่ายรูปเบาๆ ก็พอ เพราะบางเคสฉุกเฉินจริงๆ อาจไม่ได้มีเวลาจัดเต็ม แต่หลังคลอดแล้วค่อยถ่ายก็ยังน่ารักมาก เช่น หมวกไหมพรม/ป้าย “Happy Birthday September BABY 2024” หรือชุดธีมสีเดียวกับที่รพ.ให้ก็ถ่ายออกมาสวยค่ะ 5) หลังคลอดทันที: สิ่งที่อาจเจอ หลังคลอดธรรมชาติจะมีขั้นตอนดูแลแผล/เย็บ (ถ้ามี) และเฝ้าระวังเลือดออก ความดัน เวียนหัว รวมถึงการให้นมครั้งแรก แนะนำให้ถามพยาบาลเรื่องการประคบ การลุกเดิน และการดูแลแผลอย่างละเอียดตั้งแต่วันแรก จะช่วยให้กลับบ้านแล้วดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น สรุปของเรา: รพ.เปาโล รังสิต ทีมทำงานไวมาก และสถานการณ์คลอดเปลี่ยนได้ตลอดเวลา สิ่งที่ช่วยที่สุดคือ “มาให้ทัน” + “สื่อสารอาการให้ชัด” + “เตรียมของและเตรียมใจไว้สองแผน” ค่ะ

ค้นหา ·
รีวิวคลอดโรงพยาบาลเปาโล รังสิต