ถ้าใครกำลังหา “สีชมพูออมเบร” ที่ทำแล้วมือดูละมุนขึ้นแบบไม่หวานเลี่ยน เราว่าโทนนี้เป็นตัวเลือกที่รอดง่ายมาก เพราะออมเบรจะช่วยไล่สีให้ดูนุ่ม ๆ ไม่ตัดกันจนเกินไป แถมเข้ากับหลายโอกาส ตั้งแต่วันทำงานจนถึงไปเที่ยวถ่ายรูป ทริคแรกคือเลือกเฉดชมพูให้เข้ากับผิว: ถ้าผิวขาว-ขาวเหลือง แนะนำชมพูพาสเทลหรือชมพูนู้ด จะได้ลุคใส ๆ เกาหลี ๆ ส่วนผิวสองสีหรือผิวแทน ให้ลองชมพูอมพีช/ชมพูอมส้ม หรือชมพูกะปิอ่อน ๆ จะช่วยขับผิวและทำให้นิ้วดูสว่างกว่าเดิม ถ้าอยากได้ลุคแพงขึ้นอีกระดับ เลือกเป็น “ชมพูใสแบบ jelly” แล้วไล่ไปสีขาวนมที่ปลายเล็บ จะดูคลีนมาก เรื่องรูปแบบออมเบรที่ทำแล้วดูเนียน: 1) ไล่จากโคนเล็บอ่อนไปปลายเข้ม (จะดูธรรมชาติ เหมือนเล็บสุขภาพดี) 2) ไล่จากโคนเข้มไปปลายอ่อน (ให้ฟีลหวานเด่น เหมาะกับถ่ายรูป) 3) baby boomer แบบชมพู-ขาว (สายเรียบหรู ทำได้ทุกวัน) ถ้ากลัวไล่สีเป็นเส้น ควรให้ช่างใช้ฟองน้ำหรือแอร์บรัช จะได้ขอบฟุ้ง ๆ ดูแพงกว่า ทรงเล็บก็มีผลกับความละมุนเหมือนกัน เราชอบทรงอัลมอนด์/โอวัล เพราะทำให้นิ้วดูเรียวยาว และสีชมพูออมเบรจะดูซอฟต์ขึ้นมาก แต่ถ้าใครทำงานใช้มือเยอะ ทรงสแควร์ปลายมนก็ทนและดูเรียบร้อย อยากเพิ่มดีเทลเล็ก ๆ แบบไม่เยอะเกิน แนะนำเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งพอ: ทากลิตเตอร์ละเอียดตรงปลายเล็บ 1-2 นิ้ว, วาดเส้นขาวบาง ๆ แบบมินิมอล, หรือแต่งมุกเม็ดเล็กที่นิ้วนาง จะช่วยให้สีชมพูออมเบรดูมีมิติขึ้นโดยไม่หลุดธีมหวานละมุน ก่อนทำอย่าลืมบอกช่างว่าอยากได้ “ออมเบรเนียน ๆ ไม่เป็นเส้น” และโชว์เรฟเฉดชมพูที่ชอบ จะได้โทนใกล้เคียงในใจที่สุด หลังทำแนะนำทาน้ำมันบำรุงจมูกเล็บทุกวัน สีจะดูสวยใสและเล็บดูสุขภาพดีไปนาน ๆ
0 คนบันทึกแล้ว
1/7 แก้ไขเป็น
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

#ร้านทำเล็บในค่ายวิภาวดีรังสิตจังหวัดสุราษฎร์ #เรียนทําเล็บแบบไม่มีพื้นฐาน #ร้านทำเล็บในค่ายทหาร
