การเมืองร้อน เมื่อนายกฯอนุทินบอกถ้าฝ่ายค้านเปิดอภิปรายเป็นการแก้แค้นทางการเมืองจะชิงยุบสภาก่อนไทม์ไลน์ที่กำหนด
สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้เริ่มตึงเครียดขึ้นจากกรณีที่นายกฯอนุทินได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านซึ่งอาจมุ่งหวังล้างแค้นทางการเมือง โดยเตือนว่าหากเป็นเช่นนั้น รัฐบาลอาจพิจารณายุบสภาก่อนกำหนดไทม์ไลน์ที่ได้ประกาศไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและรักษาความสงบทางการเมือง ข้อกล่าวหาว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการแก้แค้นทางการเมืองนั้น ได้ถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการตัดสินใจเกี่ยวกับเวลาและรูปแบบการยุบสภา ซึ่งประเด็นนี้สร้างความไม่พอใจจากพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยที่ยืนยันว่า การอภิปรายมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบรัฐบาลและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรือความแค้นส่วนตัวอย่างที่ถูกกล่าวหา พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะแกนนำจาตุรนต์ ชี้แจงความจำเป็นให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนเรื่องไทม์ไลน์การยุบสภาอย่างโปร่งใสและไม่ควรใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเลี่ยงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องกันในเรื่องความจำเป็นของการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อเร่งพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนจะเริ่มการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้กระบวนการทางการเมืองดำเนินไปอย่างมีระบบและเป็นธรรม การเมืองร้อนแรงในช่วงนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการประสานงานระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะในประเด็นการใช้สิทธิเกี่ยวกับการยุบสภาและการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและการบริหารประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายต่างๆ จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของการเมืองไทยในอนาคตอย่างมาก การรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ ต้องอาศัยความสมดุลระหว่างสิทธิการตรวจสอบของฝ่ายค้านและการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่งต้องดำเนินไปด้วยความโปร่งใสและเคารพต่อกติกา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองที่อาจส่งผลเสียต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม
ต้องโทษพรรคส้มนี่แหละที่เลือกเอาคนขี้โกงมาเป็นนายก