Automatically translated.View original post

USA FAKE DIPLOMACY

USA FAKE DIPLOMACY

Analysis — Mar 11, 2026

Diplomacy is often presented as dialogue between equals. But in practice, international diplomacy rarely works that way.

When the United States calls adversaries to negotiations, the discussion usually happens under conditions of overwhelming pressure — sanctions, military deployments, or the threat of escalation.

Countries such as Iran, North Korea, or even Russia do not sit at the negotiating table because relations are balanced. They do so because the alternative may be economic strangulation, isolation, or military confrontation.

This creates a form of diplomacy that is less about mutual compromise and more about managing hierarchy within the international system.

Understanding this dynamic helps explain why many negotiations appear performative: the weaker side participates not because it expects equality, but because refusing to participate may carry even greater costs.

#geopolitics #powermechanics #internationalrelations #diplomacy #georeality

3/11 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่าการทูตระหว่างประเทศโดยเฉพาะที่สหรัฐฯ มีบทบาทหลักนั้นมักไม่ใช่การเจรจาที่เกิดจากความเท่าเทียมจริง ๆ แต่เป็นการแสดงออกของอำนาจที่ครอบงำประเทศอื่น ๆ ผ่านหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การแทรกแซงทางทหาร หรือการกดดันทางการเมืองที่อาศัยเครือข่ายพันธมิตรของสหรัฐฯ หลายครั้งที่ประเทศที่อยู่ในฝ่ายตรงข้ามของสหรัฐฯ เช่น อิหร่าน เกาหลีเหนือ รัสเซีย หรือเวเนซุเอลา ตกเป็นฝ่ายที่ต้องยอมเข้าร่วมโต๊ะเจรจาแม้จะไม่มีอำนาจต่อรอง เพราะทางเลือกอื่นอาจหมายถึงความเสี่ยงที่จะถูกกีดกันทางเศรษฐกิจ หมายถึงความเป็นไปได้ของความขัดแย้งทางทหารที่รุนแรงขึ้น หรือการแยกตัวทางการเมืองและเศรษฐกิจจากชุมชนโลก การทูตแบบนี้จึงไม่ใช่การแลกเปลี่ยนที่เกิดจากความตั้งใจที่จะเจรจากันอย่างเท่าเทียม แต่เป็นการจัดการเชิงลำดับชั้นของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ควบคุมระบบทั้งหมด เช่น ระบบการเงินระหว่างประเทศและพันธมิตรทางการทหาร สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนในสถานการณ์ที่เมื่อประเทศเหล่านี้เข้าร่วมเจรจา พวกเขาไม่ได้อยู่ในระบบที่ออกแบบมาเพื่อพวกเขา แต่ในระบบที่พวกเขาถูกบังคับให้ยอมรับ สิ่งนี้ทำให้เข้าใจได้ว่าการเจรจาหลายครั้งดูเหมือนเป็นเพียงการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ (performative) ที่ฝ่ายอ่อนแอเข้าร่วมเพื่อลดความเสียหายจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจหรือการคุกคามทางทหาร ไม่ใช่เพราะพวกเขาคาดหวังว่าการเจรจาจะนำไปสู่ความเท่าเทียม จากมุมมองนี้ การต่อต้านหรือเลือกเจรจาต่อรองภายใต้แรงกดดันนี้จึงเป็นคำถามใหญ่ที่ประเทศต่าง ๆ ต้องตอบ คือพวกเขากำลังสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ หรือกำลังต่อรองตำแหน่งของตัวเองในระบบที่พวกเขาไม่เคยออกแบบแต่ต้องยอมรับ ดังนั้น การเข้าใจลักษณะการทูตปลอมของสหรัฐฯ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์โลกสมัยใหม่ ที่ซึ่งคำว่าการเจรจากลายเป็นเครื่องมือของอำนาจที่ไม่เท่าเทียมมากกว่าการค้นหาสันติภาพจริง