เลิกนิสัย "นอนดึกแก้แค้น" (Revenge Bedtime Procras

กลางวันเรียนหนัก กลางคืนเลยไม่อยากนอน? ระวังภาวะ "นอนดึกแก้แค้น" ทำลายความจำระยะยาวโดยไม่รู้ตัว

ใครเป็นบ้าง? ถึงเวลานอนแล้วแต่ยังไถมือถือ เพราะรู้สึกว่า "วันนี้ยังไม่ได้ใช้ชีวิตเลย" นี่คือภาวะ Revenge Bedtime Procrastination

แต่รู้ไหมว่า? การนอนหลับช่วง 5 ทุ่ม - ตี 2 คือช่วงที่สมองจะย้ายข้อมูลจาก "ความจำระยะสั้น" ไปสู่ "ความจำระยะยาว" (Memory Consolidation) การอดนอนช่วงนี้เท่ากับลบสิ่งที่อ่านมาทั้งวันทิ้งไปฟรีๆ!

บทวิเคราะห์ (Editor's & Professor's View) โดยทีมวิชาการ GET! iT:

วิธีแก้: ให้เวลาตัวเอง "เล่นไร้สาระ" 1 ชั่วโมงก่อนเวลาจริง (เช่น 3 ทุ่ม - 4 ทุ่ม) แล้วตั้งกฎเหล็กว่า 4 ทุ่มครึ่งต้องวางมือถือ การให้รางวัลตัวเองก่อนนอน จะช่วยลดความรู้สึกขาดทุนทางเวลาได้ครับ

ที่มา: Sleep Foundation & Psychology

Tags

#นอนดึก  #RevengeBedtimeProcrastination  #DEK69  #ทีมไม่ไหวนอนก่อน  #TCAS69

2/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลองปรับพฤติกรรมการนอนเพื่อเลิกนิสัยนอนดึกแก้แค้น พบว่าการให้เวลากับตัวเองเล่นอะไรที่สนุกและไม่ต้องคิดก่อนเวลานอนจริง เช่น ดูซีรีส์สั้นๆ หรือฟังเพลงโปรด เป็นวิธีช่วยปลอบประโลมใจให้รู้สึกว่าไม่ถูกตัดเวลาส่วนตัวจนเกินไป ผมตั้งใจไม่ใช้มือถือหลัง 4 ทุ่มครึ่ง เพื่อลดการกระตุ้นสมองและช่วยเตรียมตัวเข้าสู่เวลานอนจริง ทำให้ช่วงเวลานอนหลับลึกขึ้นและตื่นมาไม่งัวเงีย รวมถึงช่วยให้ความจำระยะยาวดีขึ้นจริงตามงานวิจัยที่กล่าวไว้ นอกจากนี้ การจัดตารางเวลาในแต่ละวันให้มีช่วงพักผ่อนและเล่นสนุกอย่างเพียงพอ จะช่วยลดความเครียดสะสมและความต้องการใช้เวลาคืนหลังเรียนหรือทำงานหนัก ผมแนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนทีละนิด เพื่อให้ร่างกายและจิตใจค่อยๆ เคยชินกับเวลานอนปกติ หากมีปัญหานอนไม่หลับบ่อยๆ จนส่งผลกระทบต่อความจำ อาจลองปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการสร้างนิสัยที่ดีของการนอนและเวลาพักผ่อน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว