พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ย่านชุมชนกุฎีจีน

ถ้าอยากรู้จัก “กุฎีจีน” ให้ลึกกว่าแค่การมาเดินถ่ายรูป แนะนำให้แวะที่ พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ก่อนเลย ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนไทย–โปรตุเกส ซึ่งมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในจัดแสดงทั้งประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ความเชื่อ ศาสนา ภาษา อาหาร และข้าวของเครื่องใช้ในอดีต ทำให้เราเข้าใจเสน่ห์ของชุมชนแห่งนี้มากขึ้น

ตัวอาคารก็สวยมาก เป็นบ้านไม้ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยและโปรตุเกส บรรยากาศอบอุ่นเหมือนได้มาเยี่ยมบ้านของคนในชุมชน มากกว่าการเดินชมพิพิธภัณฑ์ทั่วไป

อีกอย่างที่ชอบคือ ด้านในมีทั้งคาเฟ่และร้านขายของที่ระลึก วันที่เราไปมีขาย “สัพแหยก” อาหารว่างโบราณของชุมชนกุฎีจีนที่ได้รับอิทธิพลจากโปรตุเกส ทำจากเนื้อสัตว์สับละเอียด เช่น ไก่หรือหมู ผัดกับเครื่องเทศและมันฝรั่ง รสชาติหวานเค็มกำลังดี มีกลิ่นหอมของขมิ้น ใครไปเจอแนะนำให้ลองเลย

ส่วนซอยข้างๆ พิพิธภัณฑ์จะเป็นร้านขาย “ขนมฝรั่งกุฎีจีน” ขนมขึ้นชื่อของชุมชน ลักษณะคล้ายขนมไข่ แต่เนื้อแป้งจะร่วนและกรอบกว่านิด ๆ หวานกำลังพอดี ด้านบนตกแต่งด้วยลูกเกดและผลไม้อบแห้ง โดยมีต้นกำเนิดมาจาก Bolo Rei ขนมเค้กคริสต์มาสแบบดั้งเดิมของโปรตุเกส ซึ่งถูกดัดแปลงจนกลายมาเป็นขนมประจำชุมชนกุฎีจีนในปัจจุบัน

📍 การเดินทาง

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์อาจจะงงนิดหน่อย เพราะต้องเดินเข้าซอยเล็กๆ แต่ถ้าใครแวะมา โบสถ์ซางตาครู้ส แนะนำให้เดินเข้าซอยด้านหลังโบสถ์ที่ติดริมแม่น้ำ จะเป็นซอยที่มีร้านขายขนมฝรั่งกุฎีจีนอยู่ เดินเข้าไปอีกนิดก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ค่ะ

💸 ค่าเข้าชม ฟรี

🕘 เปิดวันอังคาร–อาทิตย์ เวลา 09.30–18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการใช้เวลาช้าๆ เดินเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ชิมขนมพื้นถิ่น และสัมผัสเสน่ห์ของชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใครกำลังหาที่เที่ยวในกรุงเทพฯ แบบได้ทั้งความรู้และรูปสวยๆ แนะนำที่นี่เลย ✨

#Lemon8TH #กุฎีจีน #พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน #ขนมฝรั่งกุฎีจีน #เที่ยวกรุงเทพ

Baan Kudichin Museum
7/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ฉันรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปสัมผัสชีวิตของชุมชนชาวไทย-โปรตุเกสซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อาคารไม้ที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างไทยและโปรตุเกสทำให้บรรยากาศในพิพิธภัณฑ์ดูอบอุ่นเหมือนบ้านหลังหนึ่งจริงๆ นอกจากการเดินชมโบราณวัตถุและข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนแล้ว ส่วนที่ฉันประทับใจมากคือคาเฟ่ในพิพิธภัณฑ์ ที่มีการนำเสนออาหารว่างโบราณที่เรียกว่า "สัพแหยก" ซึ่งเป็นเมนูที่หากินได้ยากมากในปัจจุบัน รสชาติของเนื้อสับผัดกับเครื่องเทศและมันฝรั่งที่มีความหวานเค็มกำลังดีพร้อมกลิ่นขมิ้นจางๆ นั้นลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ไกลจากตัวพิพิธภัณฑ์ ในซอยเล็กๆ นี้ยังมีร้านขายขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Bolo Rei ขนมเค้กคริสต์มาสของโปรตุเกส ด้วยแป้งที่ร่วนและกรอบกว่าขนมไข่ทั่วไป พร้อมด้วยลูกเกดและผลไม้อบแห้งด้านบน การชิมขนมนี้ถือเป็นการได้สัมผัสรสชาติประวัติศาสตร์ได้อย่างแท้จริง สำหรับใครที่กำลังมองหาการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่ได้ทั้งความรู้และบรรยากาศอันแสนคลาสสิกของชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา การมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีนพร้อมชิมขนมพื้นถิ่นถือเป็นประสบการณ์ที่ชวนประทับใจ นอกจากนี้ การเดินทางอาจจะซับซ้อนเล็กน้อย โดยแนะนำให้เดินผ่านซอยข้างโบสถ์ซางตาครู้สที่อยู่ติดริมแม่น้ำ และไม่ต้องเสียค่าเข้าชมอีกด้วย ทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใช้เวลาชิลๆ บันทึกภาพสวยและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในเวลาเดียวกัน