เรื่องราวของเด็กบ้านนอก 27 ปี
กิ่งเป็นเด็กบ้านนอกที่อยู่หลังป่าหลังเขา ตอนเด็กๆชอบรับจ้างขายของ
-ไปรับจ้างขายของตามตลาดนัดแถวบ้าน
-ไปเป็นเด็กเสริฟร้านอาหาร
ตอนนั้นเรียน ม.ปลาย ขอแม่ไปทำงาน
เพราะอยากมีประสบการณ์
จบ ม.6 ก็มาทำพาร์ทไทม์ ก่อนมหาลัยเปิด
ระหว่างเรียนตอนนั้นก็ขายออนไลน์ไปด้วย
ระหว่างเรียนมหาลัยกิ่งก็ขายออนไลน์ และ ศึกษาการทำธุรกิจไปด้วยเพราะมันคือความฝันของเด็กบ้านนอกที่ อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง
ความสำเร็จหรือความภาคภูมิใจระหว่างทางกิ่งมีบ้านเป็นของตัวเองแล้วน่ะตอนอายุ 26 ปี ที่ผ่านมาได้เจอคนดีบ้างไม่ดีบ้าง
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ช่วยซัพพอร์ชซ่ะมากกว่า จนมันทำให้กิ่งได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตมากขึ้น และกิ่งชอบเรียนรู้กับทุกปัญหาที่เข้ามา
กว่าจะเป็นกิ่งอสมาปัจจุบันนี้ได้กิ่งผ่านอะไรมาเยอะมากก่อนจะอายุครบ 27 ปี พอมองย้อนกลับไปกิ่งภูมิใจมาก
ที่กิ่งพาตัวเองผ่านปัญหาและอุปสรรค ต่างๆมาได้ และต้องของคุณครอบครัวและคนรักจริงๆ ที่ทำให้กิ่งได้สติและมีจิตใจที่แข็งแรง
เคยมีวันที่ไม่มีเงินใช้ แต่ก็ผ่านมาได้
ทำแบรนด์ครั้งแรกไม่มีความรู้=เจ๊ง! ขาดทุน ทำอะไรก็ไม่เป็นรูปเป็นร่างอะไรเป็นกระแสกิ่งขายหมด ทำแบบไม่รู้ทิศทาง
แต่ Mindset ของกิ่งชอบคิดบวกอยู่เสมอ ทุกครั้งที่กิ่งผิดพลาดกิ่งเก็บไว้เป็นบทเรียนและประสบการณ์ที่ดี อย่างน้อยกิ่งก็ไม่กลับไปพลาดจุดเดิมนั้นแล้ว
อยากให้ทุกคนที่เคยหมดไฟแบบกิ่งลุกขึ้นมา สู้และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าตัวเราคนเก่า
รักตัวเอง ดูแลตัวเองให้ดีและมีความมั่นใจในแบบของเรา อย่างมีความสุข อย่างการหาเงินใช้เอง
เติบโตไปพร้อมกันน่ะ เป็นกำลังใจให้
ในเส้นทางชีวิตของเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่มีฝันอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ฉันรู้สึกประทับใจในความมุ่งมั่นและความตั้งใจของกิ่งที่ไม่ยอมถอยแม้จะเจออุปสรรคมากมาย อีกทั้งยังสู้ต่อไปด้วยทัศนคติคิดบวกเสมอ ฉันเองก็เคยผ่านวันที่ไม่มีเงินใช้ บางครั้งการทำธุรกิจแรกๆ ก็เหมือนการเดินทางในความมืดที่ไม่รู้ทิศทาง จะขายอะไรหรือทำอะไรต้องลองผิดลองถูก ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดามากในชีวิตการริเริ่มธุรกิจ และสิ่งสำคัญคือไม่ยอมแพ้และเรียนรู้จากความผิดพลาด กิ่งได้เล่าว่าเคยทำแบรนด์แรกแล้วขาดทุน เพราะขาดความรู้และวางแผนไม่ดี นี่คือบทเรียนสำคัญที่ทำให้ผมเชื่อว่าไม่มีใครประสบความสำเร็จแบบทันทีทันใด ทุกคนต้องผ่านช่วงล้มเหลวและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย นอกจากเรื่องธุรกิจ สิ่งที่เป็นแรงผลักดันที่ทำให้กิ่งผ่านพ้นวันหนักๆ ได้คือครอบครัวและคนรักที่คอยซัพพอร์ต รู้สึกว่าการมีคนที่รักและเข้าใจเป็นพลังใจสำคัญมากๆ ให้เรามีสติและจิตใจแข็งแรงในการเผชิญกับทุกปัญหา สุดท้าย ฉันอยากเน้นย้ำถึงคำแนะนำของกิ่งที่ให้กำลังใจกับทุกคนที่กำลังหมดไฟ ว่าอย่าหมดหวัง อย่าท้อถอย ให้ลุกขึ้นมาสู้และพัฒนาตัวเอง เพราะความสำเร็จไม่ได้วัดจากความสมบูรณ์แบบในครั้งแรก แต่เกิดจากการเรียนรู้ ปรับปรุง และมีความมั่นใจในแบบของเราเอง นี่เป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจจริงๆ สำหรับใครที่กำลังเริ่มทำธุรกิจ อยากบอกว่าอย่ากลัวความล้มเหลว และจงเชื่อมั่นว่าความอดทนและความพยายามจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จในที่สุด




