Luxury Flower Fragrance Body Oil
Body Oil Nourishing Skin Accent Hydrating Dry Skin Broken Skin Fragrance Luxury# Body oil # Body oil fragrant # Skin oil # ness # Lemon 8 Howtoo
มีคนถามบ่อยว่า “body oil Chanel ราคา” ประมาณเท่าไหร่ แล้วถ้าอยากได้ฟีลกลิ่นดอกไม้หรูๆ คล้ายสายนี้ มีตัวไหนน่าใช้บ้าง เลยมาเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวค่ะ เพราะเราก็เป็นคนชอบกลิ่นแนวฟลอรัลสะอาดๆ ดูแพงเหมือนกัน ถ้าเป็นบอดี้ออยล์/ไอเท็มกลิ่นของ Chanel จริงๆ ราคาจะค่อนข้างสูงและผันผวนตามรุ่น/ขนาด/ช่องทาง (เคาน์เตอร์ไทย vs หิ้ว) แนะนำให้เช็คราคาล่าสุดจากเคาน์เตอร์หรือเว็บทางการเป็นหลัก จะชัวร์กว่า และระวังของปลอมด้วย โดยเฉพาะถ้าเจอราคาถูกผิดปกติ ส่วนใครที่อยากได้ “กลิ่นฟลอรัลหอมหรูหรา ดูแพง” ในงบที่จับต้องง่ายกว่า เราลอง NESS Brightening Body Oil (ตามที่เห็นบนขวดเขียนแนวๆ ว่า NESS RIGHTENING/Brightening BODY OIL กลิ่นฟลอรัล) จุดที่ชอบคือทาแล้วผิวชุ่มชื้นทันที เหมาะกับคนผิวแห้งหรือผิวที่ชอบเป็นขุย พอผิวนุ่มขึ้นเวลาทาน้ำหอมกลิ่นจะติดดีขึ้นด้วย ช่วงราคา NESS โดยทั่วไปมักอยู่ในระดับหลักร้อย (ขึ้นกับโปร/ร้านที่ซื้อ) ใครลังเลแนะนำรอช่วงแฟลชเซลหรือโค้ดส่วนลด จะคุ้มมาก แต่ให้เลือกร้านที่น่าเชื่อถือและดูเลขล็อต/วันหมดอายุด้วย ทริคที่เราใช้แล้วเวิร์กสำหรับบอดี้ออยล์ (ไม่ว่าจะเทียบกับ body oil Chanel ราคาแพงหรือแบรนด์อื่น) คือ 1) ทาหลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาดๆ ออยล์จะ “ล็อกความชื้น” ทำให้ผิวนุ่มฟูและไม่เหนอะเท่าทาตอนผิวแห้งสนิท 2) ถ้ากลัวมันเกินไป ให้ผสมกับโลชั่นก่อน 1 ปั๊ม แล้วค่อยทา จะได้ฟีลนุ่มลื่นกำลังดี 3) โฟกัสจุดแห้งมากเป็นพิเศษ เช่น หน้าแข้ง ข้อศอก เข่า และบริเวณที่กังวลผิวแตกลาย เรื่องกลิ่น: แนวฟลอรัลหอมหรู ดูแพง จะเด่นที่สุดช่วง 30 นาทีแรก แล้วจะนุ่มลงเป็นกลิ่นสะอาดๆ ติดผิว ถ้าอยากให้ติดทนขึ้น ให้ทาออยล์ก่อน แล้วค่อยฉีดน้ำหอมโทนเดียวกันทับเบาๆ กลิ่นจะกลมและอยู่ได้นานกว่า สรุปคือ ถ้าจุดประสงค์คืออยากได้กลิ่นฟลอรัลหรูๆ ฟีล Chanel แต่ยังไม่พร้อมจ่ายตาม “body oil Chanel ราคา” ตัว NESS Brightening Body Oil ถือเป็นทางเลือกที่น่าลองมากในสายบอดี้ออยล์ตัวหอม ช่วยเรื่องผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วยค่ะ

















































































































