Automatically translated.View original post

Body odor spray, dry, not tired, can be used instead of roon.

2/12 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหา “สเปรย์ฉีดรักแร้” ที่คุมกลิ่นได้แต่ยังสบายผิว เราอยากแชร์ทริคการใช้ให้ได้ผลแบบที่เราลองแล้วเวิร์กค่ะ เพราะสเปรย์ระงับกลิ่น/สเปรย์ลดเหงื่อบางทีใช้ผิดจังหวะก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน 1) ฉีดตอนไหนดีที่สุด เราฉีดหลังอาบน้ำ เช็ดผิวให้แห้งสนิทก่อน (สำคัญมาก) เพราะถ้ารักแร้ยังชื้น เหงื่อยังออก กลิ่นจะกลับมาง่ายกว่า แล้วสเปรย์จะเกาะผิวไม่ดีเท่าที่ควร 2) ระยะฉีดและจำนวนครั้ง เราเว้นระยะประมาณ 10–15 ซม. ฉีด 2–3 สเปรย์ต่อข้างกำลังดี ไม่ต้องฉีดซ้ำหลายรอบจนเปียก เพราะจะทำให้แห้งช้าและเสี่ยงเป็นคราบบนเสื้อได้ จุดเด่นของแบบ “อ่อนโยนบางเบา ใช้แทนโรลออนได้” คือมันควรจบด้วยฟีลแห้งไว ไม่เหนอะค่ะ 3) รอให้แห้งก่อนใส่เสื้อ ถึงจะเคลมว่าแห้งไว เราก็จะรอประมาณ 30–60 วินาทีแล้วค่อยใส่เสื้อ โดยเฉพาะเสื้อสีเข้มหรือผ้าระบายอากาศน้อย วิธีนี้ช่วยลดโอกาสเป็นรอยหรือคราบบริเวณวงแขนได้เยอะ 4) ใช้ระหว่างวันได้ไหม ได้ค่ะ เราใช้เวลาต้องออกไปเจอคน/ขึ้นรถไฟฟ้าแน่นๆ แต่จะเข้าห้องน้ำเช็ดรักแร้ให้แห้งก่อนค่อยฉีดซ้ำหนึ่งรอบ เพื่อให้คุมกลิ่นได้จริง ไม่ใช่ฉีดทับเหงื่อแล้วกลิ่นผสมกัน 5) ถ้ากลิ่นกายแรงมาก แนะนำเสริมอะไร - ซักเสื้อให้สะอาดและตากแดด เพราะบางที “กลิ่นฝังผ้า” ทำให้เหม็นเร็วแม้เราจะฉีดสเปรย์แล้ว - โกน/เล็มขนรักแร้ให้สั้นลง กลิ่นจะเกาะน้อยลง - หลีกเลี่ยงทาครีม/ออยล์หนักๆ ใต้รักแร้ก่อนฉีด เพราะทำให้สเปรย์เกาะผิวยาก 6) ผิวแพ้ง่ายควรระวัง ถ้าเพิ่งเริ่มใช้สเปรย์ฉีดรักแร้ แนะนำลองฉีดนิดเดียวก่อน 1–2 วัน แล้วสังเกตอาการคัน/แดง ถ้ามีให้หยุดใช้ทันที และหลีกเลี่ยงการฉีดหลังการถอนหรือแว็กซ์ใหม่ๆ เพราะผิวจะระคายง่าย โดยรวมเราชอบแนวสเปรย์รักแร้ที่ “คุมกลิ่น ลดเหงื่อ” และให้ฟีลแห้งไวไม่เหนอะ เพราะใช้แทนโรลออนได้จริง โดยเฉพาะวันที่ต้องรีบออกจากบ้านหรือไม่ชอบความหนึบใต้แขนค่ะ