Fatigue eyes!!
ถ้าคุณกำลัง “ตาล้า” จากการจ้องคอม/มือถือทั้งวัน อาการที่เจอบ่อยคือ ปวดตา ตาแห้ง แสบตา และมองพร่ามัว เราเองก็เป็นบ่อย โดยเฉพาะวันที่ทำงานยาวๆ เลยลองปรับหลายอย่างจนดีขึ้น แบบที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน 1) ใช้กฎ 20-20-20 (ช่วยได้เร็วมาก) ทุก 20 นาที ให้ละสายตาจากจอไปมองไกลประมาณ 20 ฟุต (ราว 6 เมตร) นาน 20 วินาที วิธีนี้ช่วยคลายการเพ่ง ลดปวดกระบอกตาได้ดี เราตั้งเตือนในมือถือไว้เลย ทำให้ไม่ลืมพัก 2) กระพริบตาให้ “ครบ” ลดตาแห้ง ตอนจ้องจอ เราจะกระพริบตาน้อยลงโดยไม่รู้ตัว ทำให้ตาแห้งและล้า ลองตั้งใจ “กระพริบช้าๆ ให้สุดเปลือกตา” 10 ครั้งทุกชั่วโมง จะรู้สึกชุ่มขึ้นทันที ถ้าอยู่ห้องแอร์นานๆ อาการตาแห้งจะยิ่งชัด 3) ปรับหน้าจอให้ถนอมตา - ลดความสว่างจอให้ใกล้เคียงแสงรอบตัว (สว่างเกิน/มืดเกินทำให้เพ่ง) - เปิดโหมดถนอมสายตา/ลดแสงสีฟ้าในช่วงเย็น - ขยายตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้น ไม่ต้องเพ่ง - วางจอให้ห่างประมาณช่วงแขน (50–70 ซม.) และให้ขอบบนจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย 4) ประคบอุ่นเมื่อปวดตาหนักๆ วันที่ปวดตาจนตื้อๆ เราจะประคบอุ่น 5–10 นาที ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตาและทำให้สบายขึ้นมาก (แต่ไม่ควรร้อนเกินไป) 5) ใช้น้ำตาเทียมเมื่อมีตาแห้ง/แสบตา ถ้ามีอาการตาแห้ง แสบตา หรือพร่ามัวเป็นพักๆ น้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสียจะอ่อนโยนกว่า โดยเฉพาะคนที่ต้องหยอดบ่อย (ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ควรเลือกสูตรที่ใช้ร่วมกันได้) 6) เช็ก “พฤติกรรม” ที่ทำให้ตาล้าซ้ำ - เล่นมือถือในที่มืด - จ้องจอต่อเนื่องหลายชั่วโมง - นอนน้อย ทำให้ตาแห้งและล้าง่าย - อยู่ในห้องแอร์ลมเป่าเข้าหน้า เราแก้ด้วยการเพิ่มความชื้นในห้อง/เลี่ยงลมแอร์เป่าตรงๆ และพยายามนอนให้พอ อาการตาล้าลดลงชัดเจน ควรไปพบจักษุแพทย์เมื่อไหร่? ถ้าพร่ามัวมากขึ้นเรื่อยๆ ปวดตารุนแรง ตาแดง เจ็บตา มีแสงแฟลช/จุดดำลอยเยอะผิดปกติ หรือหยอดน้ำตาเทียมแล้วไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน แนะนำให้ตรวจตาเพื่อหาสาเหตุอื่นๆ เช่น สายตาเปลี่ยน ตาแห้งเรื้อรัง หรือการอักเสบ หวังว่าวิธีแก้ตาล้าเหล่านี้จะช่วยให้ตาสบายขึ้นนะคะ สำหรับเรา แค่ทำ 20-20-20 + ปรับแสงจอ + กระพริบตาให้ครบ อาการปวดตาและตาแห้งลดลงเร็วที่สุดเลย





















































































