Neck cream
ก่อนหน้านี้เราเป็นคนทาครีมหน้าครบ แต่ “คอ” มักโดนลืมตลอด พอถ่ายรูปหรือส่องกระจกใกล้ ๆ จะเห็นชัดว่าคอเหี่ยว มีร่องลึก และผิวไม่เสมอ เลยเริ่มหาครีมทาคอ จนมาเจอครีมทาคอยันฮี (ของที่เห็นในรูปเป็น TIDE) เลยอยากมาแชร์วิธีใช้ให้คุ้มและเห็นผลไวขึ้นในสไตล์คนใช้งานจริง สิ่งที่เราโฟกัสเวลาเลือกครีมทาคอคือ 3 เรื่อง: 1) เนื้อครีมต้องไม่เหนอะ เพราะคอเป็นจุดที่เหงื่อออกง่าย 2) ต้องให้ความชุ่มชื้นดีพอ เพราะร่องลึกมักชัดขึ้นเวลาผิวแห้ง 3) ต้องใช้ต่อเนื่องได้จริง ไม่ระคายเคืองง่าย สำหรับครีมทาคอยันฮีที่เราใช้ เราจะลองกับคออย่างเดียวก่อน 3-5 วัน เผื่อแพ้ แล้วค่อยใช้ต่อเนื่องทั้งเช้าและก่อนนอน วิธีทาที่เราทำแล้วรู้สึกว่าผิวคอดูดีขึ้น (โดยเฉพาะความเนียนและความชุ่มชื้น) คือทาหลังอาบน้ำทันทีตอนผิวยังหมาด ๆ เล็กน้อย แล้วค่อยตามด้วยครีมทาคอ ปริมาณประมาณเมล็ดถั่วถึงเหรียญบาท (แล้วแต่ความแห้งของผิว) จากนั้น “นวดขึ้น” จากฐานคอขึ้นไปถึงใต้คาง 10-15 ครั้ง และอย่าลืมทาด้านข้างคอด้วย เพราะจุดนี้โดนแดดบ่อยมาก อีกทริคที่ช่วยมากคือทาไปถึงบริเวณกรามและใต้คางนิดนึง เพราะเส้นแบ่งหน้ากับคอมักทำให้สีผิวดูไม่เสมอ เราจะเกลี่ยให้เนียนต่อกัน และถ้าวันไหนรู้สึกคอแห้งมาก จะลงครีมทาคอซ้ำบาง ๆ ก่อนนอนอีกชั้น (เหมือนมาสก์คอเบา ๆ) ตื่นมาผิวจะดูฟูขึ้น ร่องลึกดูไม่เด่นเท่าวันที่ไม่ได้ทา สิ่งที่ “ห้ามข้าม” ถ้าอยากให้ครีมทาคอเห็นผลจริง คือกันแดดค่ะ ต่อให้ใช้ครีมคอดีแค่ไหน แต่ถ้าคอเจอแดดทุกวัน ร่องคอและความเหี่ยวจะกลับมาง่ายมาก เราจะทากันแดดที่คอทุกเช้าและเติมถ้าต้องออกแดดจัด พร้อมเลี่ยงน้ำหอมฉีดตรงคอเพราะบางคนระคายเคืองแล้วผิวคอจะดูไม่เรียบ สุดท้ายเรื่องความคาดหวัง: ครีมทาคอช่วยเรื่องความชุ่มชื้น ผิวดูเนียน และทำให้ร่องคอดูซอฟต์ลงได้ แต่ต้องใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ถึงจะเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงแบบชัด ๆ สำหรับใครที่สนใจครีมทาคอยันฮี/ครีมทาคอ TIDE แนะนำให้ลองใช้อย่างสม่ำเสมอ + นวดคอ + กันแดด รับรองว่าผิวคอจะดูดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ













































































