ชาเอิร์ลเกรย์+มัทฉะ แปลกแต่จริง?🤔
Earl Grey Matcha Cloud with Earl Grey Jelly
ชาเจ้มจ้น คลาวด์มัทฉะหอมๆ อร่อยเฉยย
📍On Tea Tokyo เซ็นทรัลพระราม 9
หลายคนทักมาถามเหมือนกันว่า “ชาเอิร์ลเกรย์มีคาเฟอีนไหม” เพราะเห็นชื่อชาแล้วคิดว่าเป็นแค่ชาหอมๆ ดื่มง่าย แต่จริงๆ เอิร์ลเกรย์ทำจาก “ชาดำ” ที่นำไปแต่งกลิ่นเบอร์กาม็อต ซึ่งชาดำส่วนใหญ่มีคาเฟอีนตามธรรมชาติค่ะ เพียงแต่ระดับมากน้อยจะต่างกันไปตามปริมาณชา วิธีชง และแก้วนั้นทำเข้มแค่ไหน จากที่เราไปลองเมนู Earl Grey Matcha Cloud with Earl Grey Jelly (ชาเอิร์ลเกรย์ + มัทฉะ) ที่ On Tea Tokyo เซ็นทรัลพระราม 9 คือเป็นคอมโบที่ “แปลกแต่จริง” มากๆ ด้านบนเป็นคลาวด์มัทฉะหอมๆ นุ่มมากกก ส่วนด้านล่างมี Earl grey jelly ที่กลิ่นเอิร์ลเกรย์ชัด แล้วพอกินรวมกันจะได้ทั้งความเข้มของมัทฉะกับความหอมแบบชาดำผสมเบอร์กาม็อต ฟีลเข้มข้นแต่ยังละมุนอยู่ ถ้าพูดเรื่องคาเฟอีนแบบเข้าใจง่าย: เมนูที่มีเอิร์ลเกรย์ย่อมมีคาเฟอีน และถ้าใส่มัทฉะเพิ่มด้วยก็มีโอกาส “คาเฟอีนรวมสูงขึ้น” เพราะมัทฉะก็มาจากใบชาเขียวที่มีคาเฟอีนเหมือนกัน (ยิ่งทำเข้มๆ ยิ่งรู้สึกตื่นได้) ดังนั้นคนที่ไวต่อคาเฟอีน หรือดื่มช่วงเย็นแล้วหลับยาก แนะนำให้วางแผนหน่อยค่ะ ทริกที่เราใช้เวลาเลือกเมนูเอิร์ลเกรย์ให้ดื่มสบายขึ้น 1) เลือกความเข้ม/หวาน: ถ้าร้านปรับได้ ให้ลดความเข้มชา หรือเพิ่มนม จะช่วยให้ดื่มนุ่มขึ้น 2) เลี่ยง “ดับเบิลชา” ถ้ากลัวตาค้าง: เมนูที่รวมเอิร์ลเกรย์ + มัทฉะ (อย่างแก้วนี้) อร่อยจริง แต่เหมาะกับวันที่ต้องใช้พลังมากกว่า 3) ดื่มให้ถูกเวลา: เราชอบสั่งช่วงสายถึงบ่ายต้นๆ มากกว่าช่วงเย็น 4) ดูส่วนผสมอื่นๆ: บางแก้วมีเจลลี่/ไซรัปเพิ่ม กลิ่นหอมขึ้นก็จริง แต่ความหวานอาจทำให้รู้สึกดื่มเพลินเกินจำเป็น สรุปคือ ชาเอิร์ลเกรย์มีคาเฟอีนแน่นอนค่ะ แต่จะมากน้อยขึ้นกับสูตรและความเข้มของร้าน ใครอยากลองอะไรใหม่ๆ แนะนำให้เปิดใจให้ “ชาเอิร์ลเกรย์ + มัทฉะ” สักครั้ง โดยเฉพาะแบบมี Earl grey jelly คือหอม เข้ม และสนุกดี—แต่ถ้ากังวลคาเฟอีน ลองหาร้านที่ปรับระดับความเข้มได้ หรือเลือกดื่มช่วงกลางวันจะเซฟที่สุดค่ะ