How to Talk About Suits Like a Gentleman

รวมศัพท์ที่ต้องรู้! ก่อนตัดสูทให้เหมือนมือโปร

รู้ไว้ พูดกับช่างตัดได้แบบเท่ ๆ เหมาะทั้งมือใหม่

และสายแฟ

📖 คำศัพท์💬 คำแปล / ความหมาย

Lapel

ปกเสื้อสูท — มีทั้งแบบ Notch, Peak, และ Shawl

Single-breasted

สูทกระดุมแถวเดียว — คลาสสิก เรียบหรู ใส่ง่าย

Double-breasted

สูทกระดุมสองแถว — ลุคทางการ ดูเป็นผู้บริหาร

Vents

ผ่าหลังของสูท — ช่วยให้ขยับตัวง่าย มีทั้งแบบผ่ากลาง (Center vent) และผ่าข้าง (Side vent)

Slim Fit / Regular Fit / Relaxed Fit

ทรงของสูท — บ่งบอกความกระชับแนบตัว

Canvas / Fused

โครงสร้างด้านในสูท — แบบ Canvas จะใส่แล้วเข้าทรงมากกว่า แต่แพงกว่า

Trousers Break

ความยาวปลายขากางเกง — เช่น No break (ขาไม่พับ), Half break, Full break

Cuff

ปลายแขนเสื้อ — แบบมีหรือไม่มีกระดุมจริงก็ได้ (เรียกว่า Functional Buttonhole)

Pocket Square

ผ้าเช็ดหน้าตกแต่งในกระเป๋าอก — เพิ่มความเท่แบบสุภาพบุรุษ

Besom / Flap / Patch Pocket

รูปแบบกระเป๋าเสื้อสูท — Besom (ซ่อน), Flap (มีฝา), Patch (เย็บติด)

ถ้าจะให้เท่แบบมืออาชีพเวลาเข้าร้านตัดสูท

ลองพูดว่า: “I’d like a single-breasted

suit with a notch lapel and side vents, slim fit, please.”

#สนใจสั่งตัดสูท

LINE : @gmcstyle

• https://lin.ee/qvaM32o

Our Branches

• Siam Square soi 3

• The up Rama 3

• MBK (Floor. G)

#GMCTailorForBusiness #PowerLook

#BusinessSuit #MenWithStyle

2025/8/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลังหา “ชุดสูทผู้ชายไปงานแต่ง” หรือกำลังงงว่า regular fit แปลว่าอะไร เราเคยอยู่จุดนั้นเหมือนกัน—เข้าร้านแล้วช่างถามทรง ถามปก ถามผ่าหลัง แล้วเราตอบไม่ค่อยถูก เลยสรุปเป็นแนวทางเลือกใส่ไปงานแต่งให้ดูสุภาพและพอดีตัวแบบไม่พลาด 1) Regular fit แปลว่าอะไร? (และต่างจาก Slim/Relaxed ยังไง) - Regular fit = ทรงมาตรฐาน ใส่สบาย ไม่รัดช่วงอก-เอว-ต้นแขนเกินไป เหมาะกับคนส่วนใหญ่ และเหมาะมากกับงานแต่งที่ต้องใส่นาน ๆ - Slim fit = เข้ารูปกว่า ดูคมขึ้น แต่ถ้าตัวเสื้อแน่นไปจะขยับลำบาก โดยเฉพาะเวลานั่งกินข้าว/ยกแก้ว/เต้น - Relaxed fit = หลวมกว่า เหมาะสายสบายหรือคนไหล่กว้าง/ช่วงตัวหนา แต่ถ้าหลวมเกินอาจดูไม่เนี้ยบในงานพิธี 2) เลือกสูทไปงานแต่งให้เหมาะสถานการณ์ - งานเช้า/พิธีการ: แนะนำ single-breasted โทนสุภาพ เช่น กรมท่า เทาเข้ม หรือดำ (ดำจะค่อนข้างทางการมาก) - งานเย็น/after party: ยังใช้สีเดิมได้ แต่เล่นดีเทลเพิ่ม เช่น pocket square หรือเนกไทสีเด่นนิด ๆ - ถ้าเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว: เลือกทรงให้คล่องตัวสำคัญมาก เพราะต้องเดินขึ้นลง ยืนถ่ายรูปนาน ๆ 3) ดีเทลที่ช่วยให้สูท “ดูแพงและใส่สบาย” - Lapel (ปกสูท): ปก notch lapel คือปลอดภัยสุด ใส่ง่าย เข้ากับงานแต่งแทบทุกแบบ; ถ้าอยากเนี้ยบขึ้นให้ลอง peak lapel (จะดูเป็นทางการมากขึ้น) - Vents (ผ่าหลัง): ถ้าต้องขยับเยอะ แนะนำ side vents เพราะนั่ง/เดินแล้วเสื้อไม่รั้งง่าย; center vent ก็คลาสสิกแต่บางท่าจะยับง่ายกว่า - Canvas/Fused (โครงด้านใน): ถ้าอยากให้เข้าทรงสวยและอยู่ทรงนาน แบบ canvas จะให้ทรงหน้าอกและช่วงปกดูละมุนกว่า แต่ราคาสูงกว่าแบบ fused 4) ความยาวกางเกง (Trousers break) ที่เหมาะกับงานแต่ง ส่วนตัวถ้าอยากให้ดูเนี้ยบในรูป แนะนำ no break หรือ half break เพราะปลายขาไม่กองที่รองเท้า ทำให้ขาดูยาวและดูสะอาดตา แต่ถ้าชอบคลาสสิกหน่อย full break ก็ได้ (ขอแค่อย่าให้กองเยอะจนดูรุงรัง) 5) ประโยคตัวอย่างไว้คุยกับช่าง (พูดแล้วเข้าใจตรงกัน) “ขอสูท single-breasted ทรง regular fit ปก notch lapel ผ่าหลัง side vents นะครับ แล้วกางเกงเอา half break พอดีรองเท้า” ทริคเล็ก ๆ ก่อนจ่ายเงิน: ลองนั่ง-ยืน-ยกแขนเช็กความตึงช่วงไหล่และอก ถ้าหายใจสบาย แขนไม่รั้ง และหลังไม่ย่นเป็นรอยตึง ๆ แปลว่าทรงนั้นเหมาะกับคุณและใส่ไปงานแต่งได้แบบมั่นใจ